ทนายอั๋นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรธน.เบรกกกต.คดีฮั้วสว
17 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทนายอั๋นยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความสั่ง กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ลั่นหากฟื้นคดีไม่ครบเตรียมร้องให้เป็นโมฆะ
ข่าว
17 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ทนายอั๋นยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความสั่ง กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมสอบสวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ลั่นหากฟื้นคดีไม่ครบเตรียมร้องให้เป็นโมฆะ
KEY
POINTS
17 มิถุนายน 2569 ทนายอั๋น เดินทางไปยังสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนปมทุจริตเลือกตั้ง โดยขอให้ส่งเรื่องต่อไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งเบรกคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ชุดปัจจุบัน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที สืบเนื่องจากพฤติการณ์ส่อขัดจริยธรรมร้ายแรง ในการละเลยพยานหลักฐาน และจงใจเอื้อประโยชน์ในคดีร้อนอย่าง คดี ฮั้ว สว. ที่สังคมกำลังจับตา
เมื่อเวลา 10.55 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์ที่อาจจะขัดต่อหลักจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ จากการดำเนินการเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
ทนายอั๋น กล่าวว่า คดีฮั้ว สว. เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก โดย สว. กลุ่มที่ถูกกล่าวหายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แม้จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 แล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีบทบาทในการสรรหา และให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ ซึ่งรวมถึงกรรมการ กกต. ด้วย
ทนายอั๋น ระบุต่อว่า บุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. จำนวน 3 คน ผ่านกระบวนการคัดเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภาชุดดังกล่าว จึงอาจก่อให้เกิดข้อกังขาเรื่องความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าอาจกระทบต่อหลักการรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง และปราศจากอิทธิพลจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด
ทนายอั๋น ยังกล่าวถึงคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. 2567 โดยตั้งข้อสังเกตต่อระยะเวลาการดำเนินการเลือกตั้งในวันดังกล่าว ซึ่งมีช่วงพักระหว่างรอบเช้าและรอบบ่ายยาวนานกว่าปกติ พร้อมตั้งคำถามว่า มีเหตุผลใดที่ทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปหลายชั่วโมง เชื่อว่าหากมีคลิปหลักฐานเพิ่มเติมปรากฏออกมา อาจช่วยให้เห็นภาพข้อเท็จจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ทนายอั๋น ยังกล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการประชุม กกต. เพื่อพิจารณาส่งคำร้องคดีฮั้ว สว. ไปยังศาลฎีกา โดยอ้างว่า มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนความเห็นภายใน กกต. จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นมติ 5 ต่อ 2 มาเป็น 4 ต่อ 3 พร้อมแสดงความเห็นว่า หาก กกต. ส่งรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาเพียงบางส่วนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ตนจะไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าคดีดังกล่าว มีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย กกต. ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ และปล่อยให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา โดยไม่ควรจำกัดขอบเขตของผู้ที่ถูกส่งคำร้อง
ทนายอั๋น กล่าวว่า เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่า อาจมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหรือส่งเอกสารให้แก่ผู้สมัคร สว. ระหว่างกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามต่อการขยายระยะเวลาการลงคะแนนในวันเลือก สว. ว่ามีเหตุผลใดรองรับ
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กกต. อาจส่งฟ้องรายชื่อ สว. ต่อศาลฎีกาเพียง 20-40 รายชื่อเท่านั้น นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นตนจะไม่ยอมรับ และเตรียมใช้กลไกของผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง เพื่อขอให้การเลือก สว. ครั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ โดยอ้างว่ามีกระบวนการที่อาจไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
นอกจากนี้ ทนายอั๋น ยังอ้างว่าตนมีข้อมูลคำให้การของพยานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ในชั้นการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเห็นว่าควรถูกนำเข้าสู่สำนวนเพื่อให้มีการพิจารณาตามกระบวนการ พร้อมระบุว่าหลังจากนี้อาจมีข้อมูลหรือหลักฐานใหม่ปรากฏเพิ่มเติม
ช่วงท้าย ทนายอั๋น เปิดเผยว่า มี สว. จำนวน 3 คนติดต่อมาหาตน โดยแสดงความไม่พอใจต่อกระแสข่าว ที่อาจมีการส่งรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกา พร้อมยืนยันว่าจะติดตามการดำเนินคดีนี้ต่อไป และขอให้สังคมจับตาหลักฐานคลิปวิดีโอชุดใหม่ที่อาจถูกเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้