“นางสาวแพทองธาร” ยืนยันว่า หากพรรคเพื่อไทยได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จะทำให้ทุกคนคลายทุกข์จาก 8 ปีที่ผ่านมาได้ เราเข้าใจปัญหาทุกคนเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันตอนนี้เศรษฐกิจระบบทุนนิยม ทำเกษตรกรชาวบ้านเสียเปรียบ มีหนี้สินถ้วนหน้า
ซึ่ง "พรรคเพื่อไทย" จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ทุกคนจะรู้ฟ้าทันฝน อากาศ สภาพดิน รู้เวลาปลูกและเก็บเกี่ยวแม่นยำ “ผลผลิตเพิ่มขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง” รวมถึงการออกบล็อกเชน หาเงินจากชาวต่างชาติเข้ามาช่วยคนไทย จะได้ไม่ต้องเป็นหนี้ ธกส. เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ส่วนนโยบายค่าแรง 600 บาทย้ำว่าเราทำได้แน่นอน
วันนี้ "พรรคเพื่อไทย" เปลี่ยนสโลแกนมาเป็น “คิดใหญ่ ทำเป็น” เพราะเราคิดใหญ่มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย วันนั้นเราออกนโยบายอะไรมาแทบไม่มีใครเชื่อว่าเราจะทำได้ เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงนโยบายกองทุนหมู่บ้าน สุดท้ายทำได้และประชาชนได้ประโยชน์มากมาย
แต่ทว่าก็ยังมีอีกหลายนโยบายหรือโครงการที่ยังดำเนินการไม่เสร็จเนื่องจากถูกรัฐประหารก่อน ซึ่งเราอยากขอโอกาสเข้ามาสานต่อขอเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ เลือกทั้งคนและพรรค
ด้าน “นายณัฐวุฒิ” ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนสุดท้ายโดยร้องเพลงสาวอีสานรอรัก และได้เปลี่ยนเนื้อว่า “ข่อยอยากแลนด์สไลด์” ก่อนระบุช่วงหนึ่งว่าขอฝากบทเพลงดังกล่าวไปถึง “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” และ “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” รวมถึง ส.ว. ทั้ง 250 คน ว่าจะฝืนเสียงประชาชนหรือไม่ หากเราได้คะแนนแบบถล่มทลาย
ทั้งนี้ “นายณัฐวุฒิ” กล่าวว่าตนยังหวังใจว่า ส.ว. 250 คนคงจะคิดได้บ้าง ว่าเจ้าของประเทศตัวจริงคือประชาชน
“เรามายืนยันเหตุผลว่า ทำไมเราต้องแลนด์สไลด์ และถ้าไม่เกินครึ่ง “ประยุทธ์” กับ “ประวิตร” เอาไปกิน แต่หากเกินครึ่ง ประชาชนเอานโยบาย "พรรคเพื่อไทย" ไปกิน และส่งพวกเขากลับไป” นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย