เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: แผ่นดินไหวคุมาโมโตะ "ภาค 2" เมื่อรอยเลื่อนที่หลับไหลมา 13 ปี ตื่นขึ้นอีกครั้ง

29 ก.ค. 2569 | TEERAWAT

STORY: แผ่นดินไหวคุมาโมโตะ "ภาค 2" เมื่อรอยเลื่อนที่หลับไหลมา 13 ปี ตื่นขึ้นอีกครั้ง

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมแผ่นดินไหวบางครั้งถึง "ไม่จบในครั้งเดียว"? เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา จังหวัดคุมาโมโตะ เมืองใหญ่ที่สุดบนเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่อีกครั้ง และสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องจับตาเป็นพิเศษ ก็คือพวกเขาเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "ตอนที่ 2" ของแผ่นดินไหวคุมาโมโตะปี 2016

ฟังดูแปลกใช่ไหม? เหตุการณ์ห่างกันตั้ง 13 ปี แล้วทำไมถึงถูกนับเป็น "ภาคต่อ" ของกันและกัน


🔙 [ย้อนรอยความสูญเสียปี 2016]


ก่อนจะไปทำความเข้าใจเหตุการณ์ล่าสุด ต้องย้อนกลับไปดูปี 2016 กันก่อน ปีนั้นคุมาโมโตะเผชิญกับแผ่นดินไหวรุนแรงติดต่อกันถึง 2 ครั้งภายใน 28 ชั่วโมง (วันที่ 14 และ 16 เมษายน 2016) ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้

ความเสียหายในตอนนั้นหนักหนาสาหัสมาก มีผู้เสียชีวิตถึง 277 คน ผู้บาดเจ็บ 2,809 คน บ้านเรือนพังถล่มและเสียหายเกือบ 200,000 หลังคาเรือน และมีผู้ต้องอพยพสูงสุดถึง 196,000 คน ที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือเกิดอาฟเตอร์ช็อกถึง 865 ครั้งใน 10 วัน และรวมทั้งเดือนเกินกว่า 4,000 ครั้ง


นี่คือบาดแผลที่ยังฝังลึกอยู่ในความทรงจำของชาวคิวชู


🔍 [ทำไมถึงเรียกว่า "ตอนที่ 2"]


คำตอบอยู่ที่ "รอยเลื่อน" เส้นเดียวกัน

จังหวัดคุมาโมโตะตั้งอยู่บน "เขตรอยเลื่อนฟูตางาวะ-ฮินางุ" (Futagawa–Hinagu Fault Zone) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนใหญ่ 2 เส้นที่มาต่อกัน ยาวประมาณ 81 กิโลเมตร พาดผ่านกลางจังหวัด

นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบรอยเลื่อนนี้เหมือน "ซิปสองอัน" ที่ต่อกัน คือ ฟูตางาวะ กับ ฮินางุ ในปี 2016 ซิปนี้ "รูด" ไม่หมดในครั้งเดียว

  •  14 เมษายน 2016 ขยับที่ฮินางุตอนบนก่อน แต่ตอนใต้ยังค้างอยู่
  •  16 เมษายน 2016 ขยับต่อที่ฟูตางาวะ
  •  28 กรกฎาคม 2026 ฮินางุตอนใต้ที่ค้างไว้นานถึง 13 ปี เพิ่งมาขยับต่อจนครบ


นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า "ตอนที่ 2" นั่นเอง แล้วถ้ารอยเลื่อนขยับเป็นทอดๆ แบบนี้ได้ อะไรคือสิ่งที่น่ากังวลต่อจากนี้?

⚠️ [ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่หลัง "ตอนที่ 2"]


จากลักษณะการขยับของรอยเลื่อนที่คุมาโมโตะ มีจุดที่ต้องจับตาอยู่ 3 เรื่องหลัก

1. รอยเลื่อนข้างเคียงอาจ "เครียด" ตามมา
แผ่นดินไหวใหญ่ 1 ครั้ง มักทำให้รอยเลื่อนข้างๆ สะสมความเครียดและขยับตามภายใน 10-20 ปี

2. เสี่ยงสึนามิ
เนื่องจากตอนใต้ของรอยเลื่อนอยู่ใกล้ทะเล หากเกิดแรงสั่นสะเทือนระดับ 7.5 ขึ้นไป ก็มีโอกาสเกิดสึนามิสูงตามมาได้

3. อาฟเตอร์ช็อกยืดเยื้อ
ในปี 2016 อาฟเตอร์ช็อกกินเวลานานถึง 2 เดือน ส่วนครั้งนี้ ขณะที่กำลังเขียนบทความนี้ ก็มีอาฟเตอร์ช็อกแล้วถึง 141 ครั้ง

และที่หลายคนกังวลที่สุด คือความเป็นไปได้ของ "ตอนที่ 3"
 


📌 ["ตอนที่ 3" จะมาถึงหรือไม่?]


นักวิทยาศาสตร์กังวลว่า ในอนาคตอาจเกิดเหตุการณ์ที่ทั้งฟูตางาวะและฮินางุขยับพร้อมกันทั้งเส้น ซึ่งอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนได้ถึงระดับ 7.5 ขึ้นไป เพราะหน่วยงานรัฐของญี่ปุ่นจัดให้เขตรอยเลื่อนนี้อยู่ในกลุ่ม ความเสี่ยงสูงสุด ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.5 ภายใน 30 ปีข้างหน้า

ตัวเลขความน่าจะเป็นตอนนี้อยู่ที่ 0-16% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับมาตรฐานของญี่ปุ่น และหากโชคร้ายที่รอยเลื่อนขยับพร้อมกันจริง แรงสั่นสะเทือนอาจไปได้ถึง 8.2

ผู้เชี่ยวชาญบางคนถึงกับบอกว่า "อาจเกิดพรุ่งนี้ หรืออีก 100 ปีก็ได้" แต่สิ่งที่ยืนยันตรงกันคือ "ศักยภาพการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตอนนี้ เพิ่มขึ้นกว่าก่อนปี 2016 อย่างมาก"

ฟังดูน่ากลัวใช่ไหม แต่รู้หรือไม่ว่าญี่ปุ่นมีเครื่องมือวัดความรุนแรงที่ละเอียดกว่าที่หลายคนคุ้นเคย

🧭 [รู้จัก "มาตราชินโด" ระบบวัดแผ่นดินไหวเฉพาะของญี่ปุ่น]


ญี่ปุ่นตั้งอยู่บน "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) แนวรูปเกือกม้ายาวประมาณ 40,000 กิโลเมตรในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นจุดเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ญี่ปุ่นจึงพัฒนามาตราวัดของตัวเองขึ้นมา เรียกว่า "มาตราชินโด" (Shindo)

จุดต่างจาก แม็กนิจูด (Magnitude) ที่เราคุ้นเคยกันคือ แม็กนิจูดวัด "พลังงาน" ที่ปล่อยออกมาจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ส่วนชินโดวัด "ระดับการสั่นสะเทือนของพื้นดิน" ที่จุดสังเกตต่างๆ ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริง

แผ่นดินไหวล่าสุดที่คุมาโมโตะ วัดได้ ระดับ 7 ของมาตราชินโด ซึ่งเป็นระดับสูงสุด (สเกลอยู่ที่ 0-7)

ระดับความรุนแรงตามมาตราชินโด

  • ระดับ 0-2: แทบไม่รู้สึก หรือรู้สึกเบามาก วัตถุแขวนแกว่งไปมา
  • ระดับ 3-4: คนส่วนใหญ่รู้สึกได้ ของบนโต๊ะเริ่มสั่นหรือหล่น คนหลับอาจตื่น
  • ระดับ 5- และ 5+: เคลื่อนไหวลำบาก จานชามหล่นแตก เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนที่
  • ระดับ 6- และ 6+: ยืนทรงตัวยากมาก อาคารไม่แข็งแรงอาจพังหรือร้าว
  • ระดับ 7: รุนแรงสูงสุด ยืนหรือเดินไม่ได้ ถูกเหวี่ยงล้ม อาคารคอนกรีตพังทลาย


📊 [6 ครั้งในประวัติศาสตร์ที่ญี่ปุ่นเจอระดับ 7]


นับตั้งแต่ปี 1919 (พ.ศ. 2462) มีแผ่นดินไหวเพียง 6 ครั้ง เท่านั้นที่ขึ้นถึงระดับ 7 ตามมาตราชินโด

1. แผ่นดินไหวอ่าวโอซากา จังหวัดโกเบ (มกราคม 2538)
2. แผ่นดินไหวชูเอ็ตสึ จังหวัดนีงาตะ (ตุลาคม 2547)
3. แผ่นดินไหวฟุกุชิมะ (มีนาคม 2554)
4. แผ่นดินไหวคุมาโมโตะ (เมษายน 2559)
5. แผ่นดินไหวฮอกไกโด (กันยายน 2561)
6. แผ่นดินไหวคาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิคาวะ (มกราคม 2567)

จะเห็นได้ว่าคุมาโมโตะเป็น 1 ใน 6 พื้นที่ที่เคยเจอความรุนแรงระดับสูงสุดมาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงระลอกใหม่อีกครั้ง
 


💭 [บทเรียนที่ธรรมชาติกำลังสอนเรา]


เรื่องราวของรอยเลื่อนฟูตางาวะ-ฮินางุ สะท้อนให้เห็นว่า แผ่นดินไหวไม่ใช่เหตุการณ์ที่ "จบแล้วจบเลย" แต่เป็นกระบวนการทางธรณีวิทยาที่อาจใช้เวลาเป็นสิบปีในการ "คลี่คลาย" ตัวเองออกมาทีละส่วน

สิ่งที่ญี่ปุ่นทำได้ดีเสมอมา คือการเรียนรู้จากทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ทั้งระบบเตือนภัย มาตรฐานอาคาร และการให้ความรู้ประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศรวมถึงไทยเราสามารถเรียนรู้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน

เพื่อนๆ คิดว่าประเทศไทยมีความพร้อมรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติมากน้อยแค่ไหน? และมีอะไรที่เราควรเรียนรู้จากญี่ปุ่นบ้าง 

ข่าวล่าสุด