พุทธิพงษ์ วอนชาวคลองเตย เปิดใจรับภูมิใจไทย
ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ หัวหน้าทีม กทม. พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยช่วงหนึ่ง ระบุว่า ใครๆ ก็ปรามาสว่าเขตคลองเตย เขตปราบเซียน เพราะคลองเตยเขาจะเลือกคนที่ไม่เคยทิ้งประชาชน และตนเองรู้จักกับครอบครัวของ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต วัฒนา -คลองเตย ถึงไว้ใจคนนี้ ครั้งที่แล้วตนเองอยู่พรรคการเมืองที่มีภารกิจต้องทำเพื่อให้เกิดความสงบสุขของประเทศ ก็พานางกรณิศมาช่วยเพื่อให้ประเทศสงบสุข และวันนั้นประชาชนก็เลือกนางกรณิศจนได้เป็น ส.ส.สมัยแรก จากเดิมที่เป็น ส.ก.
และครั้งนี้ก็ไม่ขออะไรมาก เพราะเชื่อว่าประชาชนจะเลือกคนทำงานอย่างนางกรณิศ ที่ผ่านมาก็ทำงานทั้งในสภาและนอกสภาได้อย่างดีเยี่ยม
นายพุทธิพงษ์บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ ใครที่มารับปากคนคลองเตยไว้ว่าอะไร ทุกวันนี้ 3 ปีผ่านไปหายไปไหนกันหมด จนอยากจะประกาศตามหาคนหาย แต่นางกรณิศไม่เคยหายไปไหน และทำทุกอย่างเพื่อคนคลองเตย โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ดูแลพี่น้องชาวคลองเตยอย่างดี
ทั้งนี้หากการตอบรับของชาวคลองเตยดี พรรคภูมิใจไทยก็จะมาปราศรัยที่คลองเตยอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่า คนคลองเตยพร้อมแล้วที่จะเปิดรับพรรคภูมิใจไทย
พร้อมทั้งได้ปราศรัยผลงานและชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นรองนายก และ รมว.สาธารณสุข ก็ได้ทำผลงานมากมาย โดยเฉพาะปัญหาโควิดที่ทำให้คนไทยได้รับวัคซีนกันเต็มแขน
และนายอนุทิน เป็นคนที่ทำแล้วไม่ค่อยพูด ยังดีกว่าคนที่ชอบพูดแล้วไม่ลงมือทำ แถมยังมาเก็บคะแนนไปอีก และวันนี้ พรรคภูมิใจไทยก็มีอดีต ส.ส.ใน กทม.ที่ลาออกแล้วมาอยู่กับภูมิใจไทย 8 คน เพราะเขาเห็นการลงมือทำของพรรค
ดังนั้นก็เชื่อว่า ชาวคลองเตยตาสว่างแล้ว ตนเองถึงได้นำเสนอนางกรณิศ และให้ชาวคลองเตยเลือกคนเดิมของเราที่ไม่เคยทิ้งประชาชน พร้อมบอกอีกว่า ถ้าพรรคอื่นมาหาเสียงก็ให้ยิ้มรับอย่างเดียว ใครให้อะไรก็รับหมด แต่สุดท้ายก็ขอให้เลือกนางกรณิศ และการมาวันนี้ตนเองมองว่า คนคลองเตยเปิดรับไมตรีจิตกับภูมิใจไทยแล้ว คนคลองเตยรักคนยาก แต่รักแล้วรักเลย
กรณิศ ขอโอกาสชาวคลองเตย ให้ภูมิใจไทยปักธงใน กทม.
ด้านนางกรณิศกล่าวบนเวทีปราศรัยช่วงหนึ่งว่า ตนเองทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นระยะเวลากว่า 16 ปี เคยเป็น ส.ก. 2 สมัย และในปี 2562 ได้เข้าสู่การเลือกตั้งระดับชาติ ได้เป็นส.ส. 1 สมัย จากคำชักชวนของผู้ใหญ่ ซึ่งตลอดระยะเวลาตั้งแต่เป็น ส.ก.จนเป็น ส.ส. ตนเองภาคภูมิในตัวเองมาก และอยากให้คนคลองเตย - วัฒนา ภูมิใจในตัวของตนเองเหมือนกัน ช่วงที่ยากลำบากที่สุดคือช่วงโควิด - 19 แต่เราไม่เคยทิ้งกัน และผ่านมาได้จากการช่วยกัน
ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจย้ายบ้านจากพรรคเก่ามาพรรคภูมิใจไทย เพราะเป็นช่วงที่ตนเองเป็น ส.ส. ได้พยายามทำหน้าที่ในสภาอย่างดีที่สุด มีการนำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภาเกือบทุกสัปดาห์ แต่การเป็น ส.ส.ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากบ้านหรือพรรคที่เราอยู่ เราก็ไม่สบายใจ เพราะเราเป็นคนทำงาน สิ่งที่เราจะทำได้คือ ถ้าเรามีพรรคที่สนับสนุน ส.ส. ให้ทำงานเพื่อประชาชนได้ก็จะดีที่สุด และนี่คือสิ่งที่ตนเองอึดอัด
แต่ตนเองเห็นพรรคการเมืองพรรคหนึ่งทำงานเข้มแข็งมาก เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีเอกภาพสูง ให้ความสำคัญกับ ส.ส.ในพรรค หากดูพื้นที่ต่างจังหวัดที่มี ส.ส.ภูมิใจไทย จะเห็นความเจริญได้ชัดเจน ซึ่งตนเองอยากทำงานที่แท้จริง ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เข้าไปในสภาแล้วไม่ทำอะไรเลย ตนเองจึงตัดสินใจลาออก เพื่อจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานในบ้านหลังใหม่ ซึ่งตนเองเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่พูดแล้วทำ ครั้งนี้จึงเป็นครั้งสำคัญที่เราต้องช่วยกัน ทุกเสียงของท่านมีค่าอย่างมาก เราขอโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยได้ปักธงในเขตคลองเตย - วัฒนา
และช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอนุทินได้แนะนำ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม ที่ได้ขึ้นมาบนเวทีปราศรัยด้วย ว่าเป็นบุตรสาวของนันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแฟนของบุตรชายตน ที่จะส่งลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเมื่อเป็นลูกสะใภ้ของหัวหน้าพรรค ก็จะได้เป็น ส.ส. อย่างแน่นอน