เนชั่นทีวี

ข่าว

ไฟใต้ … ไฟเจรจา ! จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้? หลัง BRN ถล่มระแงะ

31 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ไฟใต้ … ไฟเจรจา ! จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้? หลัง BRN ถล่มระแงะ

ไฟใต้ … ไฟเจรจา ! ดร.สุรชาติ บำรุงสุข วิเคราะห์รัฐจะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้? หลัง BRN ถล่มระแงะ สะเทือนถึงกรอบข้อตกลง JCPP จับตาวันนอร์บินดึงอินโดนีเซียร่วมมาเลเซีย

ไฟใต้ … ไฟเจรจา ! ดร.สุรชาติ บำรุงสุข วิเคราะห์รัฐจะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้? หลัง BRN ถล่มระแงะ สะเทือนถึงกรอบข้อตกลง JCPP จับตาวันนอร์บินดึงอินโดนีเซียร่วมมาเลเซีย

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ระอุ-สังคมจี้ยุติเจรจา: BRN โจมตีจุดตรวจอำเภอระแงะ นราธิวาส ดับทหารพราน 5 นาย จุดชนวนให้เกิดกระแสกดดันรัฐบาลไทยให้ยุติการพูดคุยสันติภาพทันที
     
  • ข้อกังขาแผนสันติภาพ JCPP: เกิดข้อถกเถียงอย่างรุนแรงในกลุ่มหน่วยงานความมั่นคงต่อแผนปฏิบัติการร่วม JCPP แม้จะได้รับการผลักดันจาก สมช. และองค์กร NGO จากยุโรปก็ตาม
     
  • จับตาแทร็กใหม่ดึงอินโดฯ ร่วมวง: วันนอร์ บินเยือนอินโดนีเซีย คาดเป็นการทูตลับเพื่อดึงอินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกรายที่สองร่วมกับมาเลเซียในเวทีเจรจาหลังจากนี้

31 กรกฎาคม 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนบทความ "ไฟใต้ … ไฟเจรจา!" ระบุ สถานการณ์ไฟใต้ในเดือนกรกฎาคม 2569 มีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการโจมตีจุดตรวจในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ในวันที่ 22 กรกฎาคม ทำให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิตถึง 5 นาย ผลของการโจมตีที่เกิดขึ้น ได้สร้าง “แรงสั่นสะเทือน” ทางการเมืองอย่างเห็นได้ชัด 

 

ปัญหาการโจมตีในพื้นที่ระแงะทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่อง “การพูดคุย” ระหว่างตัวแทนของรัฐบาลไทยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธ BRN อย่างมาก




ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพรวมของปัญหา

 

1) การพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มติดอาวุธ BRN ไม่ว่าจะถูกเรียกชื่ออะไร แต่โดยสาระคือ “การเจรจาสันติภาพ” เพื่อหวังว่า การพูดคุยจะจบลงด้วยการสร้างสันติภาพในพื้นที่ที่เป็นปัญหา
 

2) การพูดคุยเริ่มจากยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวก และเปิดเวทีการคุยที่กัวลาลัมเปอร์
 

3) การพูดคุยดำเนินไปในหลายรัฐบาล แต่ไม่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ได้จริง จึงเปิดโอกาสให้ NGO จากยุโรปเข้ามามีบทบาท
 

4) การพูดคุยในช่วงปลายรัฐบาล คสช. มีการสร้างกรอบการพูดคุยใหม่ แต่กรอบนี้เป็นการดำเนินการโดยกลุ่ม NGO ของยุโรป และมีการจัดการประชุมที่เบอร์ลิน และที่เจนีวา
 

5) กรอบการพูดคุยคือ “แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “JCPP” แต่ก็มีเสียงโต้แย้งและคัดค้านในหมู่เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง แต่แผนนี้ก็ได้รับการผลักดันจาก สมช.
 

6) ผลจากสภาวะเช่นนี้ ทำให้เกิดเวทีการพูดคุย 2 เวที คือ เวทีที่มาเลเซีย และเวทีที่ยุโรป
 

7) ปัจจุบัน อาจารย์วันนอร์ในฐานะที่ปรึกษาของ “คณะผู้แทนพิเศษ” เดินทางไปอินโดนีเซีย และมีข่าวว่า น่าจะมีการพบกับผู้แทน BRN
 

8) การเดินทางไปอินโดนีเซียของอาจารย์วันนอร์ ทำให้เกิดการคาดคะเนว่า อาจจะมีการดึงอินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกร่วมกับมาเลเซีย
 

9) ข้อเสนอให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพิ่มอีก 1 ประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ พลเอกนิพัทธิ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เคยพยายามเสนอมาก่อน แต่รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้ตอบรับ และให้น้ำหนักไว้กับทางมาเลเซีย
 

10) ผลจากปฏิบัติการของ BRN ในกรณีของระแงะ ทำให้เกิดความเห็นจากกระแสสังคมบางส่วนว่า รัฐบาลควรยุติการพูดคุย เพราะไม่มีท่าทีตอบรับจาก BRN

 

คำถาม

 

1) รัฐบาลชุดปัจจุบันยอมรับแผน JCPP หรือไม่
 

2) รัฐบาลจะยอมรับให้ NGO ยุโรป เข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้เพียงใด
 

3) รัฐบาลยอมให้เปิดเวทีการพูดคุย 2 เวที (มาเลเซียและยุโรป) หรือไม่
 

4) ในอนาคต รัฐบาลจะเพิ่มบทบาทของอินโดนีเซียเข้ามาด้วยหรือไม่
 

5) ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่รัฐบาลจะกำหนดยุทธศาสตร์ภาคใต้ ที่มีการพูดคุยเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์นั้น
 

6) รัฐบาลควรกำหนดทิศทางของคณะพูดคุยให้ชัดเจน ไม่ใช่ให้หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ทำหน้าที่เป็นคณะรับฟังความคิดเห็นจากภาคสังคม
 

7) การรับฟังความเห็นจากภาคสังคม ควรเป็นหน้าที่ของคณะผู้แทนพิเศษ เพราะมีสถานะเป็นดัง “ครม. น้อย”
 

8) หลายฝ่าย/หลายคนพยายามเปิดช่องทางการติดต่อกับ BRN ทำอย่างไรที่การเปิดช่องทางนี้ จะไม่กลายเป็น “ความไร้เอกภาพ” ของฝ่ายเรา หรือไม่กลายเป็นช่องทางหาประโยชน์ทางการเมืองจาก BRN

 

อนาคต
 

การเจรจา/พูดคุยเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน และความยุ่งยากในภาคใต้ส่วนสำคัญมาจากความเชื่อของ BRN ว่า การก่อเหตุคือ การสร้างแรงกดดันเพื่อชิงความได้เปรียบในการพูดคุย แต่อาจลืมไปว่า ถ้าก่อเหตุจนเกินระดับแล้ว โต๊ะเจรจาอาจล้มได้ และนโยบายในการแก้ปัญหาของรัฐจะถูกสังคมกดดันให้รัฐต้องใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
 

สุดท้ายนี้ บทความไม่ได้เสนอให้รัฐบาลยุติการเจรจาทั้งกระบวน แต่ต้องการเสนอให้คิดถึง “ยุทธศาสตร์การเจรจาใหม่” ที่ไม่ใช่จำยอมต้องเดินไปกับกรอบเดิม (JCPP) เพียงเพราะ สมช. เกรงใจ NGO ยุโรป !

ข่าวล่าสุด