ภาพรวมของปัญหา
1) การพูดคุยระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มติดอาวุธ BRN ไม่ว่าจะถูกเรียกชื่ออะไร แต่โดยสาระคือ “การเจรจาสันติภาพ” เพื่อหวังว่า การพูดคุยจะจบลงด้วยการสร้างสันติภาพในพื้นที่ที่เป็นปัญหา
2) การพูดคุยเริ่มจากยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยมีรัฐบาลมาเลเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวก และเปิดเวทีการคุยที่กัวลาลัมเปอร์
3) การพูดคุยดำเนินไปในหลายรัฐบาล แต่ไม่สามารถสร้างผลสัมฤทธิ์ได้จริง จึงเปิดโอกาสให้ NGO จากยุโรปเข้ามามีบทบาท
4) การพูดคุยในช่วงปลายรัฐบาล คสช. มีการสร้างกรอบการพูดคุยใหม่ แต่กรอบนี้เป็นการดำเนินการโดยกลุ่ม NGO ของยุโรป และมีการจัดการประชุมที่เบอร์ลิน และที่เจนีวา
5) กรอบการพูดคุยคือ “แผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสร้างสันติสุขแบบองค์รวม” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “JCPP” แต่ก็มีเสียงโต้แย้งและคัดค้านในหมู่เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง แต่แผนนี้ก็ได้รับการผลักดันจาก สมช.
6) ผลจากสภาวะเช่นนี้ ทำให้เกิดเวทีการพูดคุย 2 เวที คือ เวทีที่มาเลเซีย และเวทีที่ยุโรป
7) ปัจจุบัน อาจารย์วันนอร์ในฐานะที่ปรึกษาของ “คณะผู้แทนพิเศษ” เดินทางไปอินโดนีเซีย และมีข่าวว่า น่าจะมีการพบกับผู้แทน BRN
8) การเดินทางไปอินโดนีเซียของอาจารย์วันนอร์ ทำให้เกิดการคาดคะเนว่า อาจจะมีการดึงอินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกร่วมกับมาเลเซีย
9) ข้อเสนอให้อินโดนีเซียเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกเพิ่มอีก 1 ประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ พลเอกนิพัทธิ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม เคยพยายามเสนอมาก่อน แต่รัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้ตอบรับ และให้น้ำหนักไว้กับทางมาเลเซีย
10) ผลจากปฏิบัติการของ BRN ในกรณีของระแงะ ทำให้เกิดความเห็นจากกระแสสังคมบางส่วนว่า รัฐบาลควรยุติการพูดคุย เพราะไม่มีท่าทีตอบรับจาก BRN