พรรคเสรีรวมไทย : ลดขนาดกองทัพให้เล็ก ลดจำนวนนายพล รวมถึงการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ใช้ความสมัครใจ ให้มีระยะเวลาประจำการแค่ 1 ปีจากเดิม 2 ปี เน้นใช้เทคโนโลยีแทนกำลังคน
พรรคชาติพัฒนากล้า : ทำให้กระบวนการในเกณฑ์ทหารเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ที่ดี เป็นอาชีพหนึ่ง ตำแหน่งหน้าที่ดี ก้าวหน้า เพื่อให้ผู้ที่อยากเป็นทหารมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องมีการเกณฑ์ทหาร
พรรครวมไทยสร้างชาติ : ทหารอาสา แบ่งสัดส่วนเกณฑ์ 30 % อาสา 70% เพิ่มสิทธิ สวัสดิการ มีรายได้ และได้เรียนจนจบปริญญาตรี
พรรคพลังประชารัฐ : ไม่มีนโยบาย
พรรคประชาธิปัตย์ : ไม่มีนโยบาย
พรรคภูมิใจไทย : ไม่มีนโยบาย
หลังการเลือกตั้งนโยบายเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารถูกนำมาปฏิบัติแค่ไหน
ภายหลังการเลือกตั้ง 2566 ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยที่ได้ สส. เป็นอันดับสอง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต่อจากพรรคก้าวไกล ที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยมี พรรครวมไทยสร้างชาติ , พรรคเสรีรวมไทย , พรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีนโยบายเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพเข้าร่วม มี นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย นั่งเป็นเจ้ากระทรวงกลาโหม
โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ย้ำกับสื่อมวลชนหลังเข้ารับตำแหน่งว่า จะไม่ใช้คำว่าปฏิรูปกองทัพ แต่จะใช้คำว่า พัฒนากองทัพร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาที่ปรากฏในเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีว่า รัฐบาลจะร่วมกันพัฒนากองทัพ ให้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของประเทศพร้อมกับประชาชน ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ, ปรับปรุงการฝึกนักศึกษาวิชาทหารฯ เป็นแบบสร้างสรรค์ รวมถึงการปรับลดกำลังพลนายทหารระดับสูง ฯลฯ
ขณะที่ เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย ได้ระบุนโยบายหลักของพรรค เกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพไว้อย่างชัดเจนว่า เพื่อให้เป็นทหารมืออาชีพ ป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงทางการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน ให้มีความเป็นทหารอาชีพ และแก้ไขกฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร ให้เข้ารับราชการทหารโดยสมัครใจ
แม้จะมีคำแถลงที่สวยหรูเพียงใด แต่ภายหลังที่พรรคเพื่อไทยเข้ามาดูแลกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มมีเสียงทวงถามจากประชาชน ถึงนโยบาย "ปฏิรูปกองทัพ" โดยเฉพาะ "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ที่ได้มีการหาเสียงไว้
เรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2566 "นายสุทิน" ได้เปิดเผยภายหลังหารือกับ ว่าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า เรื่องดังกล่าว กองทัพทำมานานแล้ว เพียงแต่เป็นขั้นตอน หากอยากให้รวดเร็วทันกับที่สังคมต้องการ รัฐบาลจะต้องเข้าไปกำกับสนับสนุน
ส่วนที่ระบุว่า จะสามารถเริ่มต้นได้เลยในเดือน เม.ย. 2567 คำว่า เม.ย. 2567 หมายถึงมีการเกณฑ์ทหาร หากมีคนสมัครเต็ม ก็ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร เป็นการปรับลดกำลังพลตามแผนปฏิรูปกองทัพภายในปี 2570
เปิดแผน 'ปฏิรูปกองทัพ' ภายในปี 2570
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2566 พ.อ.จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหม ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในขณะนั้นเป็นประธาน ถึงปฏิรูปกองทัพเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
โดยปรับปรุงโครงสร้างให้มีขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ทันสมัย เช่น การยุติแผนการเสริมสร้างกองพลทหารราบที่ 7 และกองพลทหารม้าที่ 3 ของกองทัพบก การปรับลดกำลังทหารพราน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,656 อัตรา
การปรับลดนายทหารชั้นยศสูง เพื่อลดงบประมาณด้านกำลังพล โดยในห้วงปี 2570 ให้เหลือ 50% ตามแผนที่กำหนด รวมถึงการปิดการบรรจุกำลังพล และลดกำลังพลในปี 2560-2564 ไปแล้วกว่า 8,000 นาย และเมื่อถึงปี 2570 จะสามารถปรับลดกำลังลงได้ประมาณ 12,000 นาย
ส่วนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้น จำนวนที่ตรวจเลือกในแต่ละปี จะสอดคล้องกับโครงสร้างการจัดและภารกิจของกองทัพ โดยปัจจุบันมีความต้องการพลทหารปีละประมาณ 90,000 นาย และกำลังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนนี้มีผู้สมัครใจเข้าเป็นทหาร เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาไปสู่การใช้ระบบการสมัครใจเข้าเป็นทหารได้ในอนาคต
ทั้งนี้ กองทัพบก ได้เริ่มเปิดรับสมัครทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการด้วยกัน 2 แบบ คือ วิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ส่วนอีกแบบรับสมัครในวันตรวจเลือกจริง
- ปี 2564 มียอดผู้สมัคร 28,572 คน แยกเป็นผู้ที่สมัครจากระบบทหารออนไลน์ จำนวน 3,207 คน และผู้ที่สมัครในระหว่างการตรวจเลือก 25,365 คน
- ปี 2565 มียอดผู้สมัคร 29,997 คน แยกเป็นผู้ที่สมัครจากระบบทหารออนไลน์ จำนวน 6,652 คน และผู้ที่สมัครในระหว่างการตรวจเลือก จำนวน 23,345 คน
- ปี 2566 สมัคร จำนวน 35,617 คน แยกเป็นผู้ที่สมัครจากระบบทหารออนไลน์ จำนวน 10,156 คน และผู้ที่สมัครในระหว่างการตรวจเลือก 25,461 คน
- ปี 2567 "กองทัพ" ได้พยายามทุกวิถีทาง ทั้งระดมประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทางออนไลน์ เว็บไซต์หน่วยทหารทั่วประเทศ เชิญชวนให้ชายไทย มาสมัครใจเป็นทหาร ตั้งแต่เดือน 1 กันยายน 2566 - 27 มกราคม 2567 ในส่วนของกองทัพบก เปิดรับสมัคร 27,721 คน มีผู้สมัคร 20,065 คน ผ่านการคัดเลือก 14,185 คน และอยู่ระหว่างรณรงค์ให้มีการสมัครในวันตรวจเลือกจริง
สรุปจะยกเลิก "เกณฑ์ทหาร" ได้เมื่อใด
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะเรื่องการ "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" นั้น แท้จริงแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะในการเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ก็มีหลายพรรคการเมือง เสนอนโยบายปฏิรูปกองทัพ หนึ่งในนั้นคือการ "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ด้วยหลากหลายเหตุผล
แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมมากนัก ความหวังจึงกลับมาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้รัฐบาลและผู้นำรัฐบาล มาจากพลเรือนอย่างแท้จริง
แต่อย่างไรก็ดี ในเรื่องของการจะยกเลิกนโยบายการเกณฑ์ทหารนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยนโยบายของพรรคการเมือง หรือรัฐบาลเท่านั้น เพราะการเกณฑ์ทหารนั้น เกี่ยวข้องกับกฎหมายอย่างน้อย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 และ รัฐธรรมนูญปี 2560 ดังนั้นจึงจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับนี้ร่วมด้วย
ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ พรรคการเมืองต้องรวมเสียงกันให้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร หรือ อย่างน้อย 251 เสียง จึงจะแก้ไขกฎหมาย รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ได้
แต่ในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก จากเงื่อนไขที่ซับซ้อนประกอบด้วย
ขั้นที่ 1 วาระแรก ใช้เสียง สส. อย่างน้อย 251 เสียง+ใช้เสียง สว. อย่างน้อย 84 เสียง
ขั้นที่ 2 วาระที่สาม ต้องได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของรัฐสภา (376 เสียง)
พร้อมกับเงื่อนไขอีก 2 ประการคือ
- ต้องใช้เสียงจาก สว. อย่างน้อย 84 เสียง
- ต้องใช้เสียงจากพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลและประธานสภาผู้แทนฯ อย่างน้อยร้อยละ 20 ของทุกพรรคดังกล่าว
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า จะสามารถยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้ตอนกี่โมง !!
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง :