เมื่อถามอีกว่า ทางกรมราชทัณฑ์แถลงยืนยันว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีเครื่องมือตามมาตรฐานการแพทย์นั้น นายกฤษฎางค์ ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ฟังแถลง แต่ถ้าแถลงว่าได้มาตรฐาน ก็ขอเชิญผู้ป่วยทั้งหลายไปรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็แล้วกัน
ทั้งนี้ โดยเฉพาะคนไข้ที่ได้ไปพักโทษแล้ว ไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ ขอให้กลับมารักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ด้วย ตนไม่เชื่ออยู่แล้ว เพราะปัญหานี้ ทำให้เกิดความข้องใจ ซึ่งจริงๆ แล้วทางกรมราชทัณฑ์ ควรตอบคำถามกับประชาชนดีกว่า ตัวเองไม่ไหว เลยต้องส่งกลับมาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
"ส่วนเรื่องเด็กจะกินข้าวหรือไม่กินข้าว มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญตอนนี้ คือ เด็กตายในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ในการดูแลของคุณ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญกว่า มันต้องคุยกัน ถ้าจะออกมาแถลงแบบนี้" ทนายกฤษฎางค์ ระบุ
ขณะเดียวกัน วันนี้ (15พ.ค.) "พ.ต.อ.เอกทวี สอดส่อง" รมว.ยุติธรรม ก็ได้เข้าไปเยี่ยม น.ส.ทานตะวัน ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และถึงขั้นจะย้ายบางคนออก จึงอยากให้ลองคิดดูว่าสภาพโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นอย่างไร และวันนี้เองก็มีทนายจากศูนย์ฯ ไปเยี่ยมทานตะวันแล้ว เนื่องจากเป็นพยานปากสำคัญ
"โดยทางเราอยากให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมเก็บข้อมูลหลักฐานว่า บุ้งกินอะไรบ้าง กินเมื่อไหร่ และทำไมต้องส่งมาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สาเหตุเป็นเพราะอะไร และมีกล้องวงจรปิดหรือไม่" นายกฤษฎางค์ กล่าว
ส่วนกรณีที่ "นายเศรษฐา ทวีสิน" นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของบุ้งนั้น "ผมอยากให้นายกฯ ลงมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง มากกว่าที่จะพูด อยากให้ลงมาเลย และขอให้ส่งคนกลางมาร่วมดูแลเรื่องนี้ด้วย ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพราะถือเป็นผู้บังคับบัญชาของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว อีกทั้ง ประเทศเรากำลังสมัครเป็นมนตรีสิทธิมนุษยชน ถ้าคนถูกคุมขังแล้วตายแบบนี้ ท่านจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผมมองว่าบุ้งเสียชีวิตในการควบคุมของรัฐบาลเศรษฐา ต้องหาคนรับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัย ก็ต้องว่ากันไป มันต้องชัดเจน"