จากรายงานการศึกษาของ ดร.โสภณ พรโชคชัย แห่งมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย พบว่าไม้ที่ขายกันในตำบลนี้มีนับร้อยชนิด ที่นิยมมากได้แก่ ต้นคูน อินทนิล เสลา ตะแบก เสม็ดแดง มั่งมี ฯลฯ ในการทำธุรกิจไม้ขุดล้อมชุมชน เริ่มจากการปลูกต้นกล้า ส่วนมากเพาะจากเมล็ด ในพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกถี่มาก ระยะห่างต้นละ 1 เมตร จำนวน 1,600 ต้น ผ่านไป 1 ปี จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ส่วนที่เหลือรอดจะมีมูลค่าประมาณ 35,000 -50,000 บาท รายได้นี้ดีกว่าการปลูกข้าว มันสัมปะหลัง ข้าวโพด ( 8,500-10,000 บาท/ไร่) ถ้าอายุ 2 ปี ขนาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 นิ้ว จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 55,000 บาท
กรรมวิธีในขั้นตอนการขุดล้อม เกษตรกรจะขุดห่างจากรอบลำต้นเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือและขุดลึกลงไปราว 20 เซนติเมตร และนำมาตั้งไว้รอขาย เป็นกระบวนการย้ายต้นไม้โดยขุดดินโดยรอบพร้อมราก เก็บรักษาและบำรุงระบบรากแก้วและราวฝอยให้ครบถ้วน การขุดดินจะไม่ลึกลงไปมากนัก แม้เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่อายุ 50 ปี ก็ขุดให้เหลือรากไว้ไม่เกิน 60 เซนติเมตรจากโคนต้น ห่อหุ้มรากและดินเป็นตุ้มกลมๆเอาไว้เท่านั้น
กำไรของการปลูกไม้ขุดล้อมดีกว่าธุรกิจการเกษตรอื่นมาก โดยไม้ขุดล้อมมีต้นทุนในปีแรกประมาณ 10,000 บาทต่อไร่ หากขายได้ 35,000 บาท ก็ได้กำไรถึง 25,000 บาทต่อไร่แล้ว ( 250%) ปกติไม้ที่ขุดล้อมขึ้นมาตั้งไว้ขาย จะสามารถขายได้ในเวลา 3 เดือน โดยต้นหนึ่งอาจซื้อมาในราคา 300 บาท แต่เมื่อเลี้ยงจนแตกยอด (รอดตายแน่แล้ว) ก็อาจขายได้ถึง 1,500 บาท
กลุ่มผู้ซื้อก็คือหมู่บ้านจัดสรร โครงการอาคารชุด สนามกอล์ฟ นิคมอุตสาหกรรม สถานีบริการน้ำมัน บ้านคหบดี หรือกระทั่งตลาดไม้ดอกซึ่งจะซื้อไม้ขุดล้อมไปวางขายด้วย ฯลฯ ลูกค้าประจำมีประมาณ 40%-60% ปัจจุบันยังมีบริการขายไปถึงต่างประเทศอีกด้วย
นอกจากการปลูกและขายไม้ขุดล้อมแล้ว ชุมชนตำบลชะอมยังไปเร่หาซื้อไม้ในพื้นที่อื่นโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทั้งต้นไม้ใหญ่บริเวณหัวไร่ปลายนาที่เจ้าของไม่ต้องการ อยากให้เอาออกเพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในการทำนา ขายเป็นไม้ขุดล้อมมีราคาดีกว่าการเผาถ่านแน่นอน ปัจจุบันตลาดซื้อขายไม้ตามหัวไร่ปลายนามีมากขึ้น ราคาสูงขึ้น
การซื้อและขนส่งไม้เหล่านี้ต้องมีสัญญาซื้อขาย ระบุหมายเลขโฉนดที่ดิน แสดงที่ตั้งของต้นไม้ เพื่อจะไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการไปแอบขุดไม้จากในป่า การขุดไม้ตามป่าเขาทำได้ยากกว่าและต้นทุนสูง เพราะอยู่ตามซอกหินหรืออยู่ในป่าลึก ไม่คุ้มค่า และเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย
นี่เป็นตัวอย่างของการทำการเกษตรอีกรูปแบบหนึ่ง สามารถสร้างรายได้จากผืนดินได้มากกว่าการทำเกษตรพืชหลักแบบดั้งเดิม ทั้งยังพัฒนาเป็นธุรกิจครัวเรือน ธุรกิจชุมชนท้องถิ่น และขยายตัวเป็นเครือข่ายธุรกิจข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาคได้อย่างมั่นคง