เมื่อคราวที่ผู้เขียนไปปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาโครงการต่อต้านโรคเอดส์ที่มณฑลยูนนานให้กับองค์การยูนิเซฟ พรรคพวกที่นั่นเคยพาเราเข้ามาที่เมืองเหอโขว่ ยังได้ลงเดินมาสัมผัสบรรยากาศของสะพานข้ามแม่น้ำแดงที่เชื่อมสองเมืองคนละฟากฝั่ง
เมืองซาปา
อำเภอซาปา(Sa Pa) มีภูมิประเทศแบบเทือกเขา เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาฮวงเหลียนเซินทางตะวันออกสุดของเทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ตั้งของน ยอดเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม ที่ 3,143 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีจุดเด่นอยู่ที่วิถีการทำนาขั้นบันไดตามเนินเขาของประชากรชนเผ่า หลากหลาย มากมาย และน่าทึ่ง ทำให้เป็นภูมิทัศน์ที่สวยงาม แปลกตา ดึงดูดนักท่องเที่ยว
เดิมซาปาเป็นเมืองตากอากาศของเจ้านายชั้นสูงชาวฝรั่งเศสที่มาทำงานในเวียดนาม จึงมีสถาปัตยกรรมอาคารบ้านเรือนและการวางผังเมืองแบบอาณานิคมฝรั่งเศส มีโบสถ์คาทอลิกที่โดดเด่นตั้งอยู่กลางเมือง ชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ระดับความสูงโดยเฉลี่ย 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ลักษณะโดยทั่วไปอบอุ่นชื้นและมีฝนตกในฤดูร้อน อบอุ่นและแห้งในฤดูหนาว บางปีมีหิมะตก
เมืองซาปาเป็นชุมชนชาวเขาขนาดเล็กและเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าพันธุ์ มีประชากร 36,000 คน ประกอบไปด้วย ชาติพันธุ์ขิ่นห์ ม้ง เด่า เทย์ กาย และซาโผ ในตัวเมืองมีประชากรเพียง 7,000 คน ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ตามชุมชนย่อยในเขตชนบท ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรในภูมิประเทศที่ลาดชันในลักษณะเป็นขั้นบันได ผลผลิตหลักคือข้าวและข้าวโพด