กระบวนการเวทีประชาคม ผู้นำชุมชนพุ่งเป้าจัดการขยะชุมชน 4 อย่าง คือ ขยะในงานศพ ขยะในสวน ขยะตามท้องถนน และขยะในบ้าน จัดทำเป็น “ธรรมนูญบ้านป่าบุก” ที่ชุมชนยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เด็กๆในหมู่บ้านตั้งกลุ่มสารวัตรขยะ ออกตระเวนขี่จักรยานเก็บขยะทั่วหมู่บ้านทุกวันอาทิตย์ คัดแยกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่ พลาสติก กระดาษ ขวดแก้ว และขยะอันตราย คัดแยกแล้วนำไปพักไว้ที่ "ตลาดรีไซเคิล" ของหมู่บ้าน ทุกเดือนจะมีรถมารับซื้อขยะไปรีไซเคิลต่อ ส่วนขยะอันตรายจะส่งมอบให้เทศบาลไปกำจัดอย่างถูกวิธี เงินที่ได้จากขายขยะนำไปฝากไว้ในกองทุนของหมู่บ้านและนำมาจัดสวัสดิการชุมชน
เศรษฐกิจท้องถิ่นป่าซาง
เมื่อได้ฟังว่าชุมชนนำเศษผ้ามาเย็บเป็นกระเป๋า ถุงย่ามและผ้าเช็ดเท้า ทำเท่าไรก็ขายหมด คณะศึกษาดูงานจึงสนใจซักถามว่ามีเศษผ้าเหล่านั้นเพียงพออยู่หรือ เอามาจากไหน
ท่านนายกเทศมนตรีให้ข้อมูลว่า ชุมชนมีหลายกลุ่ม มีอาชีพทอผ้าฝ้ายพื้นเมืองและตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งขายทั่วภาคเหนือ ส่งตลาดโบ้เบ้และคนประเทศตะวันออกกลางชอบใช้มาก ที่นั่นเขาใช้เสื้อผ้าซ้ำเก่าทุกวันจนหมดสภาพ ไม่มีการซัก สินค้าของเราจึงเป็นที่นิยมมาก แต่ไม่วายโดนพ่อค้าคนกลางกดราคา จึงต้องขวนขวายหาทางส่งออกกันเอง รวมทั้งการซื้อขายผ่านออนไลน์ มีมูลค่าเป็นหลักร้อยล้าน เศษผ้าไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ถูกรีไซเคิลร้อยเปอร์เซ็นต์
คณะดูงานของเราจึงหันไปสนใจเรื่องเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นหรือเศรษฐกิจฐานราก โดยมองเปรียบเทียบกับระบบเศรษฐกิจเพื่อการแข่งขัน ในขณะที่จังหวัดลำพูนมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นฐานผลิตสินค้าส่งออกและเป็นเครื่องปั้มGDPให้กับประเทศ คนลำพูนส่วนใหญ่ยังคงยากจนอยู่กับต้นลำใยและการเกษตรแบบดั้งเดิม "ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นที่แข็งแรงน่าจะเป็นคำตอบ"
เศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น แตกต่างจากระบบเศรษฐกิจเพื่อการแข่งขันตรงที่ การมีเป้าหมายอยู่ที่การกินดีอยู่ดีร่วมกันของสมาชิกในชุมชน ไม่มีคนยากจน-คนถูกทอดทิ้ง มีความพอดีพอเพียง มีปัจจัยสี่ครบถ้วน มีสัมมาชีพถ้วนหน้า ชุมชนรักสามัคคี อยู่เย็นเป็นสุข (GDH) รู้สึกปลอดภัย บ้านช่อง-ถนนหนทางสะอาด ชุมชนมีสวัสดิการเสริมของตนเองอย่างหลากหลาย ทั้งนี้ระบบเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นของเรามักตั้งอยู่บนฐานของเกษตรกรรม การแปรรูปสินค้าเกษตร หัตถอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติ
"ป่าซาง" เป็นชุมชนเก่าแก่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา อำเภอตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำทากับแม่น้ำปิง ในอดีตเมื่อครั้งพระเจ้ากาวิละขับไล่พม่าออกจากแผ่นดินล้านนาได้แล้ว ทรงรวบรวมสะสมไพร่พลไว้ที่ป่าซาง ตั้งชื่อว่าเวียงเวฬุคาม ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำกวงด้านทิศตะวันตก มีแนวกำแพงเมืองลักษณะในรูปเกือกม้าหรือรูปครึ่งวงเดือน คูน้ำที่ล้อมรอบเวียงใช้น้ำไหลเข้าจากน้ำแม่ทา กำแพงเมืองกว้าง 1 เมตร มีป้อมยามรักษาการณ์ตลอดแนวกำแพง ระยะห่างประมาณ ๑๐๐ เมตร ปัจจุบันยังคงมีซากกำแพงเมืองให้ได้เห็น
"ป่าซาง"มีประชากร ๕๕,๐๐๐ คน ประกอบด้วย ๙ ตำบล ๙๐ หมู่บ้าน ๔ เทศบาลตำบล และ ๔ องค์การบริหารส่วนตำบล ด้วยรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณีโบราณที่ร่วมกันมากับเมืองหริภุญไชยและพระนางจามเทวี ป่าซางยังคงมีโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนมากมาย อาทิ แหล่งศิลาแลง วัดป่าเหียง หอศิลป อุทยานธรรมะ ตลาดสินค้าพื้นเมืองป่าซาง วัดพระบาทตากผ้า วัดหนองเงือก แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก ถ้ำเอราวัณ วัดบ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว ฯลฯ