ในปี 2544 "คุณหญิงสุดารัตน์" ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักไทย และได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดูแลรับผิดชอบงานนโยบายสำคัญของรัฐบาลพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) คือ นโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค
ต่อมาปี 2548 ได้รับเลือกตั้งอีกสมัย และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนกระทั่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ( 30 พ.ค. 50 - 30 พ.ค. 55 ) เนื่องจากเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549
ภายหลังพ้นกำหนดถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง"คุณหญิงสุดารัตน์" ได้เข้ารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคเพื่อไทย ในปี 2562
ต่อมา"คุณหญิงสุดารัตน์"ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย และร่วมก่อตั้ง"พรรคไทยสร้างไทย" ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
สำหรับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช. คัดมาเฉพาะภายหลังพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2550 แจ้งมีทรัพย์สินรวมทรัพย์สิน 869,848,236.32 บาท รายละเอียดดังนี้
เงินฝาก 4,826,181.27 บาท
เงินลงทุน 3,069,000 บาท
เงินให้กู้ยืม 29,000,000 บาท
ที่ดิน 723 แปลง มูลค่า 767,503,375 บาท
โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 43,530,000 บาท
ยานพาหนะ 7 คัน 3,975,000 บาท
ทรัพย์สินอื่นๆ 17,864,680.05 บาท
รวมหนี้สิน 18,421,226.88 บาท
ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 851,427,009.44 บาท
คู่สมรส นายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ มีทรัพย์สิน 89,797,448.83 บาท รายละเอียด ดังนี้
เงินฝาก 9,714,453.15 บาท
เงินลงทุน 14,819,275 บาท
เงินให้กู้ยืม 11,195,000 บาท
ที่ดิน 141 แปลง มูลค่า 14,732,325 บาท
โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 18,400,000 บาท
ยานพาหนะ 10 คัน 2 ลำ 8,475,253 บาท
ทรัพย์สินอื่นๆ 12,011,142.68 บาท
รวมหนี้สิน 15,000,000 บาท
ทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 74,797,448.83 บาท
เด็กชายภูมิภัทร, เด็กชายพีรภัทร, เด็กหญิงยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเงินฝาก 2,804,926.44 บาท
สรุปบัญชีทรัพย์สิน"คุณหญิงสุดารัตน์" และคู่สมรส ในช่วง 6 ปี ตั้งแต่ 2544-2550 ประมาณ 875.6 - 962.3 ล้านบาท