ขณะที่ในช่วงบ่าย จะเดินทางไปที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ต.พระนอน จ.นครสวรรค์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการรัฐบาล อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่หน่วงน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก "สี่แควโมเดล" ที่ห้องประชุมศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาบึงบอระเพ็ด ให้กับผู้ว่าฯนครสวรรค์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ก่อนเดินทางไปที่โครงการแก้มลิงบ้านแหลมทอง รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินโครงการในพื้นที่ และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากบึงบอระเพ็ด ปลารสเด็ดปากน้ำโพ และปล่อยปลาบริเวณหน้าอาคารสำนักงานการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ และพบประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่บึงบอระเพ็ดและ แก้มลิงบ้านแหลมทอง และเดินทางกลับกทม.ในช่วงเย็นวันเดียวกัน
กล่าวเฉพาะ การลงพื้นที่ "นครสวรรค์" ทำให้ถูกจับตามองว่า เกิดขึ้นหลังจากส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.ลาออกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะที่บางส่วนยังไม่ตัดสินใจชัดเจน และยังเป็นที่น่าสังเกตว่า เป็นการเดินทางไปล่วงหน้า ก่อนที่ "พล.อ.ประยุทธ์" จะลงพื้นที่ "จ.พิจิตร" และ"จ.นครสวรรค์" ในช่วงปลายเดือนมกราคม (วันที่ 30 ม.ค.) ซึ่งถือเป็นอีกครั้ง ที่ "พล.อ.ประวิตร" ลงพื้นที่ก่อนที่ "พล.อ.ประยุทธ์" จะลงไปไม่กี่วัน
แม้แต่ "วีระกร คำประกอบ" ซึ่งได้ลาออกจากส.ส.พลังประชารัฐไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยกับ "ฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง66" เนชั่นทีวี ว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 62 เขาได้ตกปากรับคำ"ลุงป้อม" จะทำให้พลังประชารัฐคว้าเก้าอี้ส.ส. ได้ 4 ที่นั่ง ซึ่งจากผลการเลือกตั้งก็ทำสำเร็จ แต่ กับการเลือกตั้ง 66 ลุงตู่ ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยิ่งส่งผลให้ ส.ส.เดิม แยกย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคอื่น เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้ ส.ส.พลังประชารัฐต้องสูญหายไปถึง 4 คน เกิดสภาพ สึนามิในพลังประชารัฐ
คำกล่าวของวีระกร เป็นคำตอบได้ดีว่า ทำไม "ลุงป้อม" ต้องรีบชิงเข้าพื้นที่นครสวรรค์ เบ่งพลังความพยายามหาผู้สมัครเข้ามาเติมเต็มสิ่งที่หายไป ปัญหาว่า แม้ออกตัวก่อน แต่จะทำได้ดีเหมือนการเลือกตั้ง 62 หรือไม่ ตรงนี้เป็นภาระอันหนักอึ้งของ"ลุงป้อม"
ขณะที่ "ป.ประยุทธ์" แม้ถูก "ป.ประวิตร" ชิงปาดหน้าในหลายพื้นที่ แต่ "พล.อ.ประยุทธ์" ยังคงเลือกวิธีหาเสียงอย่างสุขุมคัมภีรภาพ อย่าลืมว่า "พล.อ.ประยุทธ์" สวมหมวกความเป็น"นายกรัฐมนตรี" จึงมีข้อจำกัดต่อการลงพื้นที่หาเสียง
หากมองในส่วนของการลงพื้นที่แบบหาเสียงจัดเต็ม ไม่เกี่ยวกับการใช้ภาพลงมาตรวจราชการ ที่อาจทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มีความหมิ่นเหม่กม.เลือกตั้งหรือไม่ เห็นจะเป็น กรณีที่ "พรรครวมไทยสร้างชาติ" ได้วางกำหนดการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งชัดเจนกันไปเลย โดยเล็งพื้นที่เป้าหมายจะต้องคว้าเก้าอี้ส.ส. ได้แน่นอน นั่นคือ "ภาคใต้"
"รวมไทยสร้างชาติ"ได้แจ้งให้ "พล.อ.ประยุทธ์" เตรียมพร้อมและยืนยันแล้ว จะลงพื้นที่ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นครั้งแรกที่ "จ.ชุมพร" ในวันเสาร์ที่ 28 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงใหญ่ของ "นายชุมพล จุลใส" อดีต ส.ส.ชุมพร ที่มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของ รทสช.ไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยพื้นที่ จ.ชุมพร ถือเป็น 1 ในพื้นที่ความหวังที่ รทสช.ต้องการชนะยกจังหวัดทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เนื่องจาก"นายชุมพล" มีฐานเสียงที่เข้มแข็งในพื้นที่ จ.ชุมพร มาหลายสมัย
อีกทั้งผลสำรวจโพลหลายสำนัก รวมถึงโพลรัฐบาล พบว่า "พล.อ.ประยุทธ์" ได้รับความนิยมจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด ฉะนั้นพื้นที่ที่มีความหวัง หวังไว้มาก หวังไว้สูง จึงต้องเลือกที่จะไปประเดิมก่อนเป็นที่แรก
เมื่อ "2 ป." เลือกอนาคตการเมืองของตนเอง ด้วยการแตกร่าง แยกพรรค ภาพของการแย่งชิงลงพื้นที่ จะมีให้เห็นอีกหลายจังหวัดโดยเป็นการส่งสัญญาณเรียกความมั่นใจ ของผู้สมัคร ส.ส.ด้วยว่าต้องตัดสินใจแน่แล้วจะยืนอยู่กับพรรคใด
ระหว่าง "พลังประชารัฐ" หรือ "รวมไทยสร้างชาติ"