สพ.ญ.พนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำคลินิกช้างปางช้างแม่แตง กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานเป็นสัตวแพทย์ด้านช้างมาเกือบสิบปีที่คลินิกช้างปางช้างแม่แตงแห่งนี้เราไม่เคยพบกรณีช้างเจ็บป่วยแบบนี้เลย อีกทั้งยังมีงานวิจัยออกมารองรับว่าช้างสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว และไม่ทำให้พบรูปแบบการเดินที่ผิดปกติ ซึ่งโดยปกติช้างโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักเฉลี่ย 3,000 กิโลกรัม นั่นหมายถึงว่าช้างสามารถแบกรับน้ำหนักได้ถึง 450 กิโลกรัมนั่นเอง
ปกติแล้วช้างที่ทำงานรับนักท่องเที่ยวก็จะรับครั้งละ ไม่เกิน 2 คนรวมน้ำหนักควาญช้างและแหย่งแล้วก็ไม่เกิน 300 กิโลกรัมแน่นอน นอกจากนี้เรายังมีการปูวัสดุรองหลัง เช่น เปลือกต้นปุย กระสอบ แผ่นฟองน้ำ วางบนหลังให้หนา ถึงจะวางแหย่งลงไป ก่อนจะใช้สายรัดแหย่งกับตัวช้าง และเรายังจำกัดเวลาทำงานของช้างด้วยว่าในวันหนึ่งๆ ไม่เกินเชือกละ 6-8 รอบต่อวันเท่านั้น ซึ่งโดยเฉลี่ยก็ไม่ถึง แต่ละรอบใช้เวลา 15-30 นาที ระยะทาง 500 เมตรถึง 1 กิโลเมตร และช้างก็จะมีช่วงเวลาพักระหว่างรอบด้วย
ปางช้างแม่แตง ให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพช้างเป็นอย่างมาก ภารกิจดูแลช้างให้อยู่ดีกินดีมีสุขภาพที่ดีคือภารกิจหลักของเรา โดยมีสัตวแพทย์และผู้ช่วยคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบว่าช้างผิดปกติหรือมีอาการป่วย ก็จะถูกสั่งให้พักงานเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุและทำการรักษาจนกว่าจะหาย อยากจะขอฝากให้ทุกคนมองเรื่องของสวัสดิภาพที่ช้างได้รับด้วย ไม่ใช่มองเพียงว่าเป็นงานหนักหรืองานเบา
ดังนั้น ปางช้างที่มีการจัดการที่ดีและช้างได้รับการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ มีควาญช้างดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่หลับนอน รวมไปถึงด้านจิตใจ ควรจะได้รับคำชื่นชม 13 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันช้างไทย ในปีนี้คนไทยหันมาสนใจช้างมากขึ้นแล้วก็อยากจะให้ทำความเข้าใจและเรียนรู้อย่างถูกต้องจริงๆ ว่าการเลี้ยงช้างของบ้านเราตอนนี้เป็นยังไง ช้างได้รับการดูแลและมีสวัสดิภาพที่ดีขนาดไหน
อย่างไรก็ตาม เพจโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ก็ได้ออกมาโพสต์รวบรวมผลงาน ข้อมูลด้านวิชาการชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงลักษณะการทำงานของช้างไทยในการท่องเที่ยว เป็นการชี้แจงให้ความรู้อย่างชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจในบริบทของการท่องเที่ยวช้างไทย