“สุรชาติ” เตือนสติ “คอบราโกลด์” ไม่ได้มีไว้งัดสหรัฐฯ
ด้าน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก รัฐบาลไทยต้องรีบทำให้เกิดความชัดเจน เพราะถ้าจริง ก็ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณผิด และเล่นเกมผิดหรือไม่ พร้อมให้ข้อสังเกตกับข่าวที่ออกมา 12 ประการ ดังนี้
1. ไทยอาจต้องตระหนักว่า ไทยไม่มี leverage หรือ “อำนาจในการงัด” เหนือสหรัฐฯ แม้ว่าจะนำการฝึกร่วม คอบราโกลด์ มาเป็นข้อต่อรองก็ตาม
2. ไทยต้องยอมรับว่า ตลาดสินค้าไทยอยู่ในสหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในจีน และไทยไม่ได้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากจีน เพราะเป็นฝ่ายที่เสียดุลให้จีน
3. การตัดสินใจกดดันสหรัฐฯ ด้วยเรื่อง คอบราโกลด์ อาจจะกระทบความมั่นคง เพราะการฝึกร่วมผสมกับสหรัฐฯ เป็นผลประโยชน์ทางทหารที่สำคัญของไทย ไม่ใช่เฉพาะกับสหรัฐฯ เท่านั้น
4. การนำการยกเลิกการฝึกทางทหารไปกดดันให้ทรัมป์ลดภาษีให้ไทย ไม่น่าจะทำให้ทำเนียบขาวเปลี่ยนใจ เพราะไทยไม่มีอำนาจกดดันเหนือสหรัฐฯ มีแต่ยังต้องพึ่งพาสหรัฐฯ
5. ถ้าไทยตัดสินใจชนกับสหรัฐฯ ไทยอาจจะเสียทั้งตลาดและการฝึกไปหมด ผู้นำไทยอาจมองเรื่องนี้แบบไม่รอบด้าน
6. นายกฯ และรัฐบาลไทยมีท่าทีนิยมจีนมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเยือนจีนของนายกฯ
7. ท่าทีของไทยในเรื่องนี้กำลังสะท้อนว่าไทยกำลังถอยออกจากสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังรัฐประหารปี 2557
เตือนรัฐบาลอนุทิน จัดสมดุลมหาอำนาจ “จีน - สหรัฐฯ”
8. ผู้นำไทยพยายามส่งสัญญาณถึงท่าทีแบบใกล้ชิดมากกับจีน จนอาจทำให้สมดุลในนโยบายต่างประเทศของไทยมีปัญหา
9. นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องตอบให้ชัดว่า ไทยกำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่างประเทศที่ไทยจะทิ้งผลประโยชน์ด้านความมั่นคงทางทหารกับสหรัฐฯ แล้วหรือไม่
10. ผู้นำไทยต้องตอบให้ได้ว่า ถ้าไทยไม่ประสบความสำเร็จในการต่อรองกับสหรัฐฯ จนต้องเสียทั้งตลาดและความมั่นคงไปแล้ว รัฐบาลไทยจะเตรียมตัวในอนาคตอย่างไร แล้วอะไรคือทางเลือกของไทยในอนาคต
11. ถ้ารัฐบาลจะต่อรองผ่าน คอบราโกลด์ ได้มีการปรึกษากับทางกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพบกแล้วหรือยัง
12. ถ้าทางฝ่ายทหารมีความเห็นแย้ง รัฐบาลจะตอบอย่างไร
ทางการไทยปฏิเสธ - แต่กระแสวิจารณ์ยังไม่จบ
กระนั้นก็ตาม แม้ล่าสุด โฆษกรัฐบาลและโฆษกกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้แล้ว แต่กระแสวิจารณ์ก็ยังไม่หมดไป เนื่องจากการเจรจาภาษีทรัมป์ของไทยค่อนข้างยืดเยื้อ และเป็นแรงกดดันทางการเมือง เนื่องจากกระทบกับภาคธุรกิจในวงกว้าง
ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนหลายประเทศประสบความสำเร็จในการเจรจา ได้อัตราภาษีต่ำกว่าไทย ส่วนเวียดนามก็เพิ่งยอมออกใบอนุญาตให้ SpaceX ดำเนินธุรกิจอินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ในเวียดนาม คาดว่าหวังผลในการเจรจาภาษีเช่นกัน โดยเวียดนามโดนภาษีอัตราเดียวกับไทย คือ 12.5% ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือแม้แต่กัมพูชา โดนแค่ 10%
แนวคิดการใช้ คอบราโกลด์ กดดันสหรัฐฯ ที่ดำเนินนโยบายขัดกับไทยในบางเรื่องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในอดีตเคยมีแนวคิดแบบนี้มาแล้ว ทว่าก็มีกระแสคัดค้านจนไม่สามารถเดินหน้าได้จริง
รู้จัก “คอบราโกลด์” ฝึกร่วมทางทหารใหญ่สุดในภูมิภาค
อนึ่ง การฝึกร่วมภายใต้รหัส คอบราโกลด์ เป็นการฝึกทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในประเทศไทย โดยกองทัพไทยและกองทัพสหรัฐอเมริกา
การฝึกร่วมนี้ถือว่าเก่าแก่เกือบจะที่สุดด้วย เพราะเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 หรือ ค.ศ. 1982 โดยจุดเริ่มต้นเป็นการฝึกแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ แค่ 2 ประเทศ เพื่อพัฒนาความพร้อมรบ และกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร รวมถึงสนับสนุนยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับสงคราม
ต่อมา การฝึกขยายขอบเขตจากทวิภาคีเป็นพหุภาคี และเพิ่มมิติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาสาธารณภัย และการอพยพพลเรือน รวมถึงเพิ่มมิติไซเบอร์และมิติอวกาศ เพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามสมัยใหม่ มีการดึงมิตรประเทศในภูมิภาคเข้าร่วม ทั้งสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ครอบคลุมทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
ขณะที่รอบการฝึกมีการสลับสับเปลี่ยนระหว่างปีการฝึกเบา และปีการฝึกใหญ่ หรือ "Heavy Year" ที่มีการระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์หนักอย่างเต็มรูปแบบ