เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: ถอดรหัสร่างกาย! นอนครบไม่พอ แต่ทำไมต้อง “นอนเวลาเดิม”?

12 ส.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION: ถอดรหัสร่างกาย! นอนครบไม่พอ แต่ทำไมต้อง “นอนเวลาเดิม”?

นอนให้ได้ 8-10 ชั่วโมง ให้ร่างกายได้ฟื้นฟู แต่มากกว่าจำนวนชั่วโมงนอนที่ครบ ควรเข้านอนใน “เวลาเดิม” หรือไล่เลี่ยกันในทุกวันด้วย เคยสงสัยเหมือนพลอยไหมคะ ว่าการนอนในเวลาใกล้เคียงเดิม ทำไมถึงสำคัญ? และจะส่งผลต่อร่างกายเรายังไง?

คำแนะนำจากนักจิตวิทยาจีน ทำให้เห็นว่าการฟื้นพลังไม่จำเป็นต้องหนีไปพักร้อนหลายวัน หรือเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เสมอไป บางครั้งแค่ปรับ “เรื่องเล็กๆ” ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้ทั้งร่างกายและจิตใจค่อยๆ กลับมามีพลังได้ โดยเฉพาะ “การนอน”
.
เราอาจไม่ต้องเข้านอนเร็วมาก แต่ควรพยายามนอนและตื่นให้ใกล้เคียงเวลาเดิมทุกวัน!
.
ทำไมร่างกายชอบให้ “นอนเวลาเดิม”?
ร่างกายมี “นาฬิกาชีวภาพ” หรือ Circadian rhythm คอยกำหนดว่าเวลาไหนควรตื่น เวลาไหนควรง่วง รวมถึงควบคุมการหลั่งเมลาโทนิน อุณหภูมิร่างกาย ความดันโลหิต การเผาผลาญ ฮอร์โมน ความหิว และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
.
เมื่อนอนและตื่นใกล้เคียงเวลาเดิมทุกวัน ร่างกายจะคาดการณ์ได้ว่าเมื่อไรควรเริ่มลดความตื่นตัวและเตรียมเข้าสู่การหลับ แต่ถ้าเวลานอนในเวลาแตกต่างกันหลายชั่วโมง ร่างกายของเราเหมือนต้องเดินทางข้ามเขตเวลาบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน จึงเกิดภาวะที่มักเรียกว่า Social Jet Lag
.
ผลที่เห็นได้เร็ว และหลายคนอาจเป็นก็คือ หลับยาก ตื่นไม่สดชื่น ง่วงกลางวัน สมาธิลดลง หิวผิดเวลา และอารมณ์แปรปรวน ส่วนในระยะยาว มีงานวิจัยพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด เมตาบอลิซึม และการเสียชีวิตที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าการนอนไม่ตรงเวลาเป็นสาเหตุโดยตรงเพียงอย่างเดียวนะคะ
.
นอนเวลาสม่ำเสมอ อายุยืนกว่า?!
งานวิจัยในวารสาร Sleep ที่ติดตามผู้เข้าร่วม UK Biobank เกือบ 61,000 คน โดยใช้อุปกรณ์วัดการเคลื่อนไหว พบว่าคนที่มีรูปแบบการนอนสม่ำเสมอกว่า มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำกว่ากลุ่มที่นอนไม่เป็นเวลามากที่สุดประมาณ 20–48%

“เวลาตื่น” ก็สำคัญ!
ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนสรุปว่า ความสม่ำเสมอของทั้งเวลาเริ่มหลับและเวลาตื่น มีความสำคัญต่อสุขภาพ และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตระหว่างวัน
.    
แต่อย่าเพิ่งเครียดเกินไปนะคะ ไม่จำเป็นที่เราต้องนอนตรงเวลาเป๊ะทุกคืนเหมือนตอกบัตรเข้างาน แต่ควรพยายามให้เวลาเข้านอนและตื่น ในเวลาที่ “ใกล้เคียงกันมากที่สุด” รวมถึงวันหยุด โดยใช้ “เวลาตื่น” เป็นหลักก่อน เพราะควบคุมได้ง่ายกว่า และช่วยตั้งนาฬิกาชีวภาพให้คงที่
.
ตัวอย่างเช่น ถ้าปกติตื่น 7 โมง วันหยุดไม่ควรเลื่อนไปตื่นถึงเที่ยงบ่อย ๆ ส่วนเวลานอนอาจแกว่งได้บ้างตามชีวิตจริง แต่ไม่ควรสลับจาก 4 ทุ่มเป็นตี 2–3 เป็นประจำ
.
แต่อย่าลืมนะคะว่า ความสม่ำเสมอไม่ได้แทนจำนวนชั่วโมงนอน การนอนที่น้อยเกินไป แต่ตรงเวลาทุกคืนก็ยังไม่เพียงพอ คนวัยผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ยังควรได้นอนอย่างน้อยประมาณ 7 ชั่วโมง ควบคู่กับคุณภาพการนอนที่ดี สรุปคือต้องทั้งนอนให้พอ และพยายามในเวลาที่ตรงกันทุกวัน จะส่งผลดีกับร่างกายมากกว่า

ข่าวล่าสุด