เมื่อถามว่า ในส่วนของทรัพย์สินของกลางที่ถูกยักยอกไปกว่า 10 ล้านบาทนั้น ได้มีการขยายผลไปสู่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบว่า นายไตรยฤทธิ์ ได้ให้การว่า ไม่ทราบเรื่องเงินจำนวนดังกล่าว และภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ไม่ได้มีการรายงานผลการปฎิบัติมาให้ตัวเองทราบ
ขณะที่คำให้การของชุดเฉพาะกิจ ได้ยืนยันกับพนักงานสอบสวนในการสอบปากคำ ว่า ได้มีการรายงานไปยังอธิบดี ดังนั้น คำให้การยังมีความย้อนแย้งกันอยู่ จึงมีหนึ่งคนที่กำลังโกหก เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะต้องไปขยายผลต่อ เพราะเงินมีการแบ่งกระจายกันไปแน่นอน คนหนึ่งอาจได้รับไม่มาก แต่จะไปอยู่ที่ใครบ้าง ขณะนี้ยังไม่มีใครยอมให้การ
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จำนวน 3 ราย จากทั้งหมด 5 ราย ในชุดตรวจค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู ได้มีการเข้าค้นคอนโดฯ หรูย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นที่พักของอดีตกงสุลนาอูรู และครอบครัว ในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.2566) พนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำในประเด็นดังกล่าว
โดย นายไตรยฤทธิ์ ยืนยันว่าไม่ทราบถึงภารกิจดังกล่าว ของชุดเฉพาะกิจ และก็ไม่มีการรายงานภารกิจให้ทราบเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหา ร่วมกันบุกรุก-ลักทรัพย์ แก่ทั้ง 3 ราย ยังรอศาลอนุมัติหมายจับอยู่
ขณะที่ ทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำออกไปจากคอนโดหรู ของอดีตกงสุลนาอูรูนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโด ได้ให้การไว้ว่า เป็นพระเครื่อง แต่ทางตำรวจยังไม่เห็นรายละเอียด หนำซ้ำการเข้าตรวจค้นคอนโดดังกล่าว ไม่มีหมายค้น เพราะดีเอสไอ ได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ผู้หญิงของสถานทูตกงสุลนาอูรูคนเดิม เพื่อขออนุญาตเข้าไปตรวจค้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ยังพบความผิดปกติหลายส่วน ของสถานกงสุลนาอูรู เพราะในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้หญิง ที่ทำงานอยู่ในสถานกงสุลนาอูรู มานานกว่า 20 ปี เป็นคนที่ติดต่อดีเอสไอ ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรูหลังดังกล่าว จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จะขยายผลต่อแน่นอน
ส่วนกรณีของ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการสอบปากคำในเรื่องของการประสานไปยังรองผู้การ 191 เรียบร้อยหมดแล้ว และการปฏิบัติภารกิจของชุดเฉพาะกิจ ผอ.รายนี้ ก็ได้มีการรายงานทางวาจาให้นายไตรยฤทธิ์ รับทราบเหมือนกัน จึงเหลือเพียงบางประเด็น ที่จะต้องสอบเพิ่มเติมในช่วงบ่ายวันนี้ อย่างไรคงต้องดูว่าคำให้การของ นายไตรยฤทธิ์ สอดคล้องกับคำให้การของ ผอ.กองพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ หรือไม่ “ใครโกหกก็จะได้รู้กัน”
"คำให้การของผอ.ส่วนกลั่นกรอง และการข่าวคดีพิเศษภาค และคำให้การแรกของ ผอ.กองพัฒนา และสนับสนุนคดีพิเศษ ค่อนข้างมีความสอดคล้องกัน แต่คำให้การของ นายไตรยฤทธิ์ เท่านั้นที่ไม่เหมือนคนอื่น ส่วนจะทะเลาะกันหรือไม่ ในวันนี้ยังโยนกันไปมาอยู่ พอจวนตัว และจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม สุดท้ายไม่มีใครยอมตายคนเดียว และตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหา แก่ อดีตอธิบดีดีเอสไอ เพราะยังไม่มีพยานหลักฐานไปถึงเขา" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผอ.กองพัฒนา และสนับสนุนคดีพิเศษ ได้แอบเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่ สโมสรตำรวจ ก่อนเวลานัดหมาย เวลา 14.00 น. คาดว่าต้องการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามกับกองทัพสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าว ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำ และยังไม่ได้มีการเรียกผู้อำนวยการศูนย์คดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่อย่างใด เพราะยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนวน และไม่มีเหตุต้องเรียก ส่วนข่าวที่ออกมาคาดว่ามีความคลาดเคลื่อน