โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า ต่อมามีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย คาดว่าสมรู้ร่วมคิดของนายประสิทธิ์ จำนวน 3 คน เป็นเลขาของนายประสิทธิ์ และคนใกล้ชิดที่นำกุญแจและเสื้อผ้ามาให้ ซึ่งตำรวจ สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างการสอบปากคำ แต่เชื่อว่ามีการวางแผนกันมาเป็นอย่างดี เตรียมอุปกรณ์ปลอมตัวและติดหนวด และยังพบเงิน 1 หมื่นบาท ที่ตัวผู้สมรู้ร่วมคิด
ซึ่งจะต้องสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องว่า กุญแจที่ใช้เป็นการปั๊มกุญแจมาจากกุญแจต้นฉบับหรือไม่ และมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อ้างว่า เฝ้าอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ทราบว่าทางกรมราชทัณฑ์มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว เพราะไม่พบว่ามีการวิ่งตามจับกุมนายประสิทธิ์
เบื้องต้น นายประสิทธิ์ เข้าข่ายความผิดผู้ใดหลบหนีระหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 190 ส่วนผู้สมรู้ร่วมคิดก็จะเข้าข่ายร่วมกันกระทำความผิด ต้องรับโทษเท่ากัน อย่างไรก็ตามทางศาลก็จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในข้อหาละเมิดอำนาจศาล ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนด้วย
หลังจากนี้ทางศาลก็จะตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นว่า มีช่องโหว่ตรงไหนให้ผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องน้ำ รวมถึงการตรวจร่างกายญาติที่จะเข้าห้องพิจารณาคดีก็เป็นเรื่องยาก เพราะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นสิ่งของที่นำมาเพื่อช่วยเหลือนักโทษหลบหนีหรือไม่
เร่งสอบ เลขา-คนใกล้ชิด "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" เอี่ยวช่วยหลบหนี
ด้าน พ.ต.อ.ชิศณุพงศ์ สุริยานนท์ ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ภายหลังการตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่ปรากฏในภาพวงจรปิด คือ เลขาและคนสนิทของนายประสิทธิ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา โดยอยู่ระหว่างการสอบถามที่ศาลอาญา และรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ ว่าทั้ง 3 คนมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการพยายามหลบหนีของนายประสิทธิ์หรือไม่
ส่วนเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ของศาล จะต้องมีการพิจารณาว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ หากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดศาล ทางศาลอาญา มีอำนาจในการพิจารณา และตัดสินโทษเอง หรือจะส่งตัวมาที่ สน.พหลโยธิน พื้นที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินการก็ได้
ส่วนประเด็นการหลบหนีของ นายประสิทธิ์ เป็นการหลบหนีจากการคุมตัวของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ซึ่งหลังจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สน.พหลโยธิน ต่อไป