“ตอนที่เขาเข้าห้องน้ำ มีเจ้าหน้าที่ยืนคุมหน้าห้องน้ำ 1 คน เนื่องจากนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ไม่แข็งแรง และอายุพอสมควรแล้ว และมีการใส่ตรวนข้อเท้า กำลังเจ้าหน้าที่ส่วนที่เหลือได้กระจายตามจุดต่างๆ และมีการสื่อสารกันอยู่ตลอด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร”
นายนัสธี ยังได้กล่าวถึงกุญแจโซ่ตรวนนั้น ถือเป็นกุญแจความมั่นคงสูง เป็นกุญแจพิเศษ กุญแจอื่นไม่สามารถไขได้ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการณ์มาก่อน กุญแจทั่วไปไขไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งกุญแจความมั่นคงนี้ทางกรมราชทัณฑ์ ได้จ่ายให้กับทางเรือนจำ เพื่อใช้สำหรับผู้ต้องขังที่ต้องเดินทางมาศาล
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งตั้งกรรมการสอบ ขีดเส้น 7 วัน
ขณะที่ นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นายประสิทธิ์ ได้พยายามหลบหนีไปจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประจำศาลอาญา หลังจากขอเข้าห้องน้ำได้เดินออกมาโดยเปลี่ยนชุดเป็นชุดไปรเวท ไม่ใช่ชุดผู้ต้องขัง และถอดกุญแจเท้าออกแล้ว คาดว่าน่าจะมีการนัดแนะเตรียมการไว้กับบุคคลภายนอก
เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจึงได้วิ่งติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณบันได ชั้น 3 และได้ขอกำลังเสริมจากเจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ประจำศาล เจ้าพนักงานตำรวจศาล และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำศาล มาช่วยกันควบคุมตัว พร้อมนำตัวกลับมาคุมขังยังห้องควบคุมผู้ต้องขังประจำศาลด้านล่างได้เป็นที่เรียบร้อย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและรายละเอียดกรณีดังกล่าว จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และขอให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยมีผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา เป็นประธานกรรมการ ในการสอบหาข้อเท็จจริงในครั้งนี้ เพื่อดำเนินการวางมาตรการและการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ผู้ต้องขังหลบหนีเช่นนี้ได้อีก