- ภูเก็ตเมืองใหญ่ ไข่มุกอันดามัน ผลประโยชน์มหาศาล ทั้งท่องเที่ยว และเศรษฐกิจการลงทุน
- “สิงห์ภูเก็ต” หมายถึงสายนักปกครอง ส่วนใหญ่เติบโตมาจากในพื้นที่ ปลัดอำเภอ หรือนายอำเภอ ขยับเป็นปลัดจังหวัด รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯตามลำดับ
- “ทีมสิงห์เดิม” แบ่งสรรกันลงตัว มีคนการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” เป็นแบ็คอยู่เบื้องหลัง
- จู่ๆ ผู้ว่าฯใหม่ ถูกส่งเข้าไป พ่วงด้วยปลัดจังหวัดคนสนิท กลายเป็น “ดรีมทีมสิงห์ใหม่”
- “ทีมสิงห์ใหม่” เข้าไปจัดระเบียบหลายเรื่อง หลายพื้นที่ กระทบผลประโยชน์ “ทีมสิงห์เดิม” อย่างรุนแรง
- ช่วงที่มีข่าวบุกรุกที่ดิน “หาดบางเทา - หาดฟรีดอม” - “ทีมสิงห์ใหม่” สบช่องเข้าไปรื้อเครือข่าย
- เกิดแรงปะทะกับหนึ่งใน “ทีมสิงห์เดิม” ระดับรองผู้ว่าฯ เพราะเข้าไปมีเอี่ยวกับผู้มีอิทธิพลบุกรุกหาดบางเทา
- เริ่มมีข่าวเชื่อมโยง “รองฯซีฟู้ด” หนึ่งใน “ทีมสิงห์เดิม” เคยเป็นนายอำเภอในพื้นที่แถบนี้
- กระแสข่าวกดดันหนัก ทำให้ “ทีมสิงห์ใหม่” เข้าไปเปิดปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ทั้งหาดบางเทา หาดฟรีดอม สะเทือนผลประโยชน์หลักร้อยล้าน นับรวม 2 หาดอาจถึงระดับพันล้าน
- “ทีมสิงห์เก่า” วางแผนแก้เกม นัดหารือกันระหว่าง “รองฯ ซีฟู้ด” “ผอ.พรรคการเมือง” และ “บิ๊กสีกากี” ในพื้นที่
- จากนั้นไม่นานก็มีม็อบผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง ชุมนุมขับไล่ “ปจ.” มีการรวมตัวไปยื่นหนังสือถึงระดับอธิบดี สุดท้าย “ปจ.” ถูกย้าย
- หาดป่าตองอยู่ในพื้นที่ไหน อำเภออะไร - “ทีมสิงห์เก่า” คนใดเคยเป็นนายอำเภอที่นั่น สนิทสนมกับนายกสมาคมผู้ประกอบการ เคยมีภาพถ่ายร่วมกัน รวมถึงกลุ่มอิทธิพลที่ถูกดำเนินคดีรุกที่สาธารณะบางเทา
**ปจ.ที่ว่านี้ ภายหลังทราบกันดีว่า คือ ปลัดรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต คนสนิททีมเดียวกันกับ “ผู้ว่าฯเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯภูเก็ตนั่นเอง
- เมื่อย้าย “ปจ.” สำเร็จ จึงปล่อยข่าวต่อ เตรียมย้ายผู้ว่าฯ และเปิดปฏิบัติการกดดันอย่างหนัก เพราะมีฝ่ายการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” หนุนหลัง
- ส่วนการจัดระเบียบ จัดการแก๊งอิทธิพลรุกหาด ก็แทบไม่คืบหน้า ระยะหลังเมื่อข่าวซา เครือข่ายมาเฟียก็กลับไปยึดพื้่นที่เหมือนเดิม
- มีข้อมูลเบื้องลึกว่า “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ทนไม่ไหว ส่งไลน์ไปฟ้อง นายกฯอนุทิน ในฐานะ รมว.มหาดไทย ทำให้นายกฯหยิบขึ้่นมาพูดในวงประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ จนเป็นข่าวดัง สั่งสอบ และสั่งย้ายในที่สุด
ปัญหาในกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ มี 2 ระดับ 2 เลเยอร์
หนึ่ง เลเยอร์กระทรวง คุมเกมโดย มท.หนู (รมว.มหาดไทย) และ ปลัดป๊อป (อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์)
- มท.หนู ตั้งปลัดป๊อป ขึ้นเป็นปลัด ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย รอบแรกในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อายุราชการเหลือยาว 7 ปี
- คู่นี้สนิทกัน ไปไหนไปกัน และ “ปลัดป๊อป” เป็นสายสิงห์ดำ (จุฬาฯ)
- ช่วงรัฐบาลเพื่อไทย ต่อเนื่องถึงรัฐบาลอนุทิน 1 คู่หู “หนู - ป๊อป” คุมอำนาจในกระทรวงค่อนข้างเบ็ดเสร็จ
**จุดเปลี่ยน ช่วงที่พรรคเพื่อไทยขอมหาดไทยคืน และส่ง “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามาเป็น มท.1 มีการโยกย้ายใหญ่ในกระทรวง เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมการปกครอง โดยดึง “ผู้ว่าฯเซมเบ้” จากเชียงใหม่ มานั่งเป็นอธิบดี
**ผู้ว่าฯเซมเบ้ ถูกมองเป็นสายเพื่อไทย เมื่อการเมืองเปลี่ยนอีกครั้ง ภูมิใจไทยกลับมามีอำนาจ ตั้งรัฐบาลอนุทิน 1 และ “มท.หนู” กลับมา จึงมีการย้าย “ผู้ว่าฯเซมเบ้” แต่ก็ยังย้ายแบบไว้หน้า เพราะเป็น “สิงห์ดำ” สีเดียวกับปลัด จึงให้ไปนั่งที่ภูเก็ต และสร้างตำนานบทใหม่ ถูกรองผู้ว่าฯซีฟู้ด เขย่าเก้าอี้
2 เลเยอร์เหนือกระทรวง คุมเกมโดย “ครูใหญ่บุรีรัมย์”
- มีข่าวดัน “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นปลัดมหาดไทย แทน “ปลัดป๊อป”
- แต่มีข่าวไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ทำให้ทุกอย่างชะงัก
- ข่าวไลน์หลุด ก็บานปลายมาจากคำสั่งย้าย “ปจ.ภูเก็ต” รุ่งเรือง ธิมาบุตร
** ต้นตอปัญหาจึงมาจากเรื่องเดียวกัน
- กรณีสั่งย้าย “ปจ.ภูเก็ต” และเขย่าเก้าอี้ผู้ว่าฯเซมเบ้ มีฝ่ายการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” สีเข้มๆ อยู่เบื้องหลัง
- ฝ่ายการเมืองรายนี้เชื่อมตรง “บุรีรัมย์” ทำให้ “มท.หนู” ขยับลำบาก
**วงในประเมินว่า คำสั่งย้ายล่าสุด น่าจะเพื่อลดแรงกดดัน รอเจรจาเกี้ยเซี้ยให้จบๆ กันไป เพราะเครือข่ายผลประโยชน์ในภูเก็ต แข็งแกร่ง และมหาศาลจริงๆ
"จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง"
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง และการร้องเรียนจนนำไปสู่การสั่งย้ายข้าราชการในพื้นที่ภูเก็ต ทั้งรอบนี้และรอบก่อนหน้านี้ มีต้นตอปัญหามาจากผลประโยชน์ในพื้นที่ และความขัดแย้งกันเองของข้าราชการฝ่ายปกครอง
จากกระแสสังคมและการเปิดโปงของพรรคส้ม ทำให้เกิดแรงกดดัน ต้องมีการเดินหน้าปราบปรามขบวนการทำลายทรัพยากรและสิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยมีปฏิบัติการสำคัญ 2 กรณี คือ
1.การจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้าได้กว่า 200,000 เม็ด
2.การปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ได้แก่ หาดบางเทา เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ครึ่ง และ หาดฟรีดอม เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ครึ่ง
พื้นที่บริเวณหาดบางเทานั้น ถือเป็นทำเลทองที่มีมูลค่าสูงลิ่วในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตกไร่ละหลายสิบล้านบาท รวมมูลค่าสองหาด ก็หลายร้อยล้าน หากรวมสิ่งปลูกสร้างบนหาด และผลประโยชน์อื่นๆ อาจจะทะลุนับพันล้าน
ปัญหาคือ ที่ดินบริเวณหาดบางเทาที่ถูกยึดคืนนั้น มี “รองผู้ว่าราชการจังหวัด” คนหนึ่งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้บุกรุกอย่างใกล้ชิด
เมื่อกลุ่มทุนบุกรุกที่ดินซึ่งเป็นเครือข่ายของ "รองผู้ว่าฯ" ถูกตัดช่องทาง จึงมีการรวมกลุ่มระหว่าง รองผู้ว่าฯ, ผู้อำนวยการพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง และผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงในพื้นที่ ร่วมกันจัดฉาก รองผู้ว่าฯเขาเชิญผู้ประกอบการมาประชุมเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อวางแผนส่งข้อมูลร้องเรียนบิดเบือน นำไปสู่การสั่งย้ายปลัดรุ่งเรืองและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนสามารถกลับมาดำเนินการในพื้นที่หาดบางเทาได้ตามเดิม
โดยมีกระแสข่าวว่า รองผู้ว่าฯ รายนี้ มักแสดงพฤติกรรมอ้างตนว่าเป็นเด็กปั้นของพรรคการเมืองใหญ่ เป็นสายตรงของ ผอ.พรรค และนำเรื่องไปปั่นกระแสกับนักการเมืองรวมถึงหัวคะแนนของพรรคในพื้นที่ ทำนองว่า “จะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดู” ส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนปัจจุบันต้องทำงานด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งล่าสุดสถานการณ์รุนแรงจนผู้ว่าฯ ทนไม่ไหว และได้มีการส่งข้อความทางแอปพลิเคชันไลน์รายงานตรงต่อท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว