เมื่อถามว่า ล่าสุดมีคลิปเปิดเผยว่า คนที่ยื่นโพยให้กับ กกต.คือ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำให้มีข้อสังเกตว่า นายมงคล อาจมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า จากที่เห็นคลิปล่าสุดที่นายพริษฐ์อ้างนั้นว่าเป็นนายมงคลแล้วมีการยื่นเอกสาร หากถามตน เอาตรงๆว่าไม่รู้ว่าเอกสารที่ท่านนั้นเป็นเอกสารอะไร อาจต้องให้นายพริษฐ์ไปถามนายมงคลเองว่าเอกสารดังกล่าวคืออะไร
เมื่อถามย้ำว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ นายมงคล ต้องมีการแสดงจุดยืน หรือความบริสุทธิ์ใจอย่างไร เพราะมีตำแหน่งถึงประมุขของวุฒิสภา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ว่านายมงคลจะตอบหรือไม่ตอบเรื่องนี้ แต่ถ้ามีการกระทำผิดจริง ตนเชื่อว่า กกต.จะต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันที่เลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปีขนาดนี้ ถ้าเหตุการณ์ในวันนั้น สิ่งที่นายมงคลทำมีความผิด ตนเชื่อใน กกต. ว่าคงไม่ปล่อยให้ความผิดนี้สำเร็จแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย
เมื่อถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.อาจจะช่วยในเรื่องนี้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ "ร้องโอ้ว" ก่อนกล่าวว่า กกต. ออกมาช่วยด้วยหรือไม่ ตนคงตอบไม่ได้ เพราะตนคงไม่อาจจะมีอำนาจไปก้าวล่วงได้ และมีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะต้องมาช่วย เขารู้จักใครใน สว. 200 คนหรือไม่
ถามอีกว่า มี สว.เรียกร้องให้นายมงคล ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก นายพิสิษฐ์ ร้องอีกว่า "โอ้ว" ก่อนกล่าวว่า อย่างที่ตนบอก ถ้าผิด ตนเชื่อว่า กกต.คงไม่ยอม และคงไม่ปล่อยให้มีการรับรอง อย่าลืมว่า สว.ทั้ง 200 คน รับรองมาโดย กกต.ถ้าแค่คิดตรงนั้น แล้วมีการยื่นเอกสารแล้วบอกว่าผิด ถ้าผิดทำไม กกต.รับรอง ก็ต้องไปถาม กกต.
“เราถามอย่างตรงไปตรงมา เอาข้อกฎหมายเป็นหลัก จะให้ท่านแสดงสปิริตอะไรผมตอบไม่ได้ ต้องไปถามท่าน” นายพิสิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบกับความเชื่อมั่นของวุฒิสภามากขึ้นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าว่า เรื่องความเชื่อมั่นคงไม่สามารถห้ามใครได้ ว่าจะเชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นเรา แต่ตนถามว่า สว.ทั้ง 200 คน มาโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาของสมาชิกวุฒิสภา และ กกต. ผ่านมาทุกอย่างถูกต้องทุกประการ
เมื่อถามว่า มองว่าการนำคลิปการเลือก สว.มาเปิดเผย เป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ที่เป็นการดิสเครดิต แต่ตนไม่ทราบว่านายพริษฐ์อยู่ในฐานะของอะไร เกี่ยวกับผู้ได้เสียหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสว. และนายพริษฐ์อยู่ในฐานะพรรคการเมืองด้วยซ้ำ แต่ที่มาก้าวก่ายเรื่องนี้อาจใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมืองก็เป็นไปได้
ทางด้าน พล.ต.ต.สุนทร กล่าวว่า ที่ออกมาเปิดเผย ไม่ใช่ต้องการว่า หากเราผิด คนอื่นต้องผิดด้วย เพราะอีกกลุ่มมีโพยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ หลังวันเลือก สว.เมื่อปี 2567 มีสถานีโทรทัศน์นำโพยไปออกอากาศ โดยระบุว่าเป็น กลุ่ม 2-20 ที่บอกว่าให้เลือกใครบ้าง และตนได้ตามต่อจนพบคลิปที่พบว่า มีผู้สมัคร สว.กลุ่มหนึ่งไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าเราจะเข้ามา
ทั้งนี้ บุคคลตามภาพนั้นถูกเลือกเข้ามาเป็น สว. ได้เพียง10-20 คน และตนได้ตามต่อพบ สว.สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน มีชื่อในโพยลำดับที่ 4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการเลือก สว.ของกลุ่มเขาเป็นมาอย่างไร โดยระบุว่า ได้ตกลงกันแล้ว แต่เหตุผลที่เข้ามาไม่ได้ เพราะมีเหตุขัดข้องกัน ทั้งนี้คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า เลือกสว.ขั้วประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม ตนฐานะเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ โดยพยานหลักฐานที่ว่ามีโพยนั้น ได้มาจากรายงานของสื่อมวลชน ไม่ใช่ได้มาจากห้องน้ำ
“ดังนั้นการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ห้าม ทั้งนี้ สว.เสียงข้างน้อยตอนนี้ วันเลือกตอนนั้นก็มีโพยด้วย แต่ไม่โดนตรวจสอบ ดังนั้น ผมขอให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบด้วย เพราะทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ส่วนอีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบกระบวนการได้มา ทั้งที่พยานหลักฐานชัด มีการประชุม และคลิปยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่มบอกว่า พวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ แต่ประเด็นนี้ไม่มีใครพูดถึงในสื่อต่างๆ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อผมได้ ผมมีคลิปทั้งหมด และที่ออกมาพูด เพื่ออยากขอความเป็นธรรมให้สว.กลุ่ม 138 คน และอยากทำให้ความจริงปรากฏ” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมองว่ามีโพยไม่ผิด แต่ทำไมถึงอยากให้ กกต.ตรวจสอบ สว.เสียงข้างน้อย พล.ต.ต.สุนทร กล่าวด้วยว่าเพื่อให้ความเป็นธรรม และทำให้ความจริงปรากฏ ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีการประชุมและได้ตกลงกัน มีทั้งคลิปและภาพชัดเจน ขณะเดียวกัน มีคำพิพากษาว่าการตกลงแลกคะแนนกันนั้นทำไม่ได้ และผิดกฎหมาย
“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่าหากผมผิด คุณต้องผิด หรือหากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฏถึงกระบวนการเลือก สว.ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว.ทั้ง2 ฝั่งด้วย เพราะยอมรับว่าการเลือก สว.ระดับประเทศไม่มีใครที่จำใครได้ หรือจำเบอร์แต่ละคนได้ เพราะเพิ่งรู้จักกัน ดังนั้น แต่ละคนต้องมีวิธีการของตัวเอง เพื่อให้เลือกผู้สมัครที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้การลงคะแนนบนบัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสีย” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว