ขณะที่คุณย่านายเติ้ล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารู้จักเพื่อนของหลานชายเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และเป็นเพื่อนละแวกบ้านเท่านั้น มักจะไปนั่งเล่นที่บ้านเป็นประจำ ส่วนเพื่อนที่โรงเรียน หรือกลุ่มอื่น ไม่รู้จัก ขอยืนยันว่าเติ้ลไม่มีปืนอย่างแน่นอน อุปนิสัยเวลาอยู่ที่บ้าน เติ้ลจะพูด "ครับ" ตลอด และเวลาโทรศัพท์คุยกับรุ่นพี่ ก็จะชอบพูด "ครับพี่ๆ" เสมอ จนบางครั้งต้องสอนหลานว่า เวลามีเรื่องเดือดร้อนรุ่นพี่ไม่สามารถช่วยเหลือเราได้
ที่ผ่านมาย่าต้องคอยเลี้ยงหลานกว่า 7 คน เนื่องจากพ่อแม่ทุกคนทิ้งไว้ให้เลี้ยง จึงสอนเติ้ลเสมอว่าต้องตั้งใจเรียน แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับผิด อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด หลานก็ทำใจไว้แล้ว เพราะย่าไม่มีเงินประกันตัว และในส่วนของการให้ปากคำ หลานชายได้เล่าให้ตำรวจฟังหมดแล้ว หลังจากนี้ก็เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป
แม่ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ยินคำพูดของนายเติ้ล ที่ออกมาปฏิเสธในการกระทำดังกล่าว รู้อยู่แล้วว่า คำตอบจะออกมาเป็นอย่างไร เขาอยากจะพูดอะไรก็เป็นสิทธิ์ของตัวเขา หลังจากที่คุยกับทางพนักงานสอบสวนที่สอบปากคำผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดทราบว่า ให้การปฏิเสธทุกคน ตอนนี้ก็ได้ปรึกษากับทนายในเรื่องการแจ้งข้อหาเพิ่ม จากที่ผู้ต้องหาได้มีการนำคลิปวิดีโอออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล ซึ่งเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ส่วนเรื่องการทำงานของทางตำรวจ ก็ยังมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ ถึงแม้จะยังตรวจค้นไม่พบอาวุธปืนก็ตาม อยากให้ตำรวจเข้าตรวจค้นอีกครั้ง ในเมื่อมีรูปภาพที่ทางผู้ต้องหาถืออาวุธปืนออกมาโพสต์ข่มขู่ผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อไม่นานมานี้
อยากจะฝากไปถึงผู้ที่ร่วมกระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ในครั้งนี้ว่า ให้ออกมาต่อสู้คดีถ้าหากไม่ได้ทำผิดจริง