ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศว่า "ความยุติธรรมถูกส่งไปแล้ว" หลังจากขีปนาวุธ R9X "Hellfire" ที่ใช้จัดการเป้าหมายมูลค่าสูงถูกยิงจากโดรนของสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) พุ่งเข้าหาไอมาน อัล-ซาวา ฮีรี วัย 71 ปี ที่กำลังยืนอยู่ที่ระเบียงของเซฟเฮาส์ขนาด 3 ชั้น ที่เขาซ่อนตัวอยู่กับภรรยา, ลูกสาวและหลาน ๆ ในย่านชาร์ปูร์ ซึ่งเป็นแหล่งผู้มีอันจะกินในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน ถือเป็นการสิ้นสุด 2 ทศวรรษ แห่งปฏิบัติการจองเวรผู้ก่อการร้ายตัวฉกาจ ที่อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11กันยายน ปี 2544
อัล-ซาวาฮีรี ซึ่งมีค่าหัว 25 ล้านดอลลาร์ และเป็นบุคคลที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุด ได้เสียชีวิตเพียงคนเดียว เพราะขีปนาวุธ Hellfire ที่ CIA ใช้ เป็นชนิดติดใบมีดไม่มีระเบิดจึงได้ฉายาว่า "นินจา" (Ninja) เป็นอันตรายแต่เฉพาะเป้าหมาย ซึ่งอัล-ซาวาฮีรี เป็นผู้นำหมายเลข 2 สมัยที่โอซามา บิน ลาเดน เป็นผู้นำ และอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมหลายครั้ง รวมทั้งการลอบวางระเบิดเรือ USS Cole เมื่อปี 2543, การโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในเคนยากับแทนซาเนีย เมื่อปี 2541 และเหตุการณ์ 9/11 ที่กลุ่มสลัดอากาศใช้เครื่องบินพาณิชย์โจมตีสัญลักษณ์ที่สำคัญของสหรัฐฯ ได้แก่ ตึกแฝด World Trade Center ในนิวยอร์ก, กระทรวงกลาโหม (Pentagon) และอาจรวมถึงเป้าหมายสำคัญในกรุงวอชิงตัน ดีซี ยังดีที่เครื่องบินไปตกที่เพนซิลเวเนียเสียก่อน แต่ก็ทำให้ชาว อเมริกันเสียชีวิตไปเกือบ 3,000 คน