svasdssvasds
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

"คุณแม่" ยอมรับเสียเวลา 3 เดือน ขอสู้อีกครั้งเพื่อ "แตงโม" โยงฆาตกรรมอำพราง

"แม่แตงโม" พร้อม "อัจฉริยะ-มงคลกิตติ์" ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวคณะทำงาน เดินหน้าหาหลักฐาน "แตงโม" ถูกฆาตกรรมอำพราง ดึง "หมอพรทิพย์-หมอธวัชชัย" และอดีตผู้พิพากษา เป็นทีมงานที่ปรึกษา ขณะที่คุณแม่ร้องไห้ บอกเสียเวลาไป 3 เดือนเต็ม แต่ตอนนี้ขอลุกมาสู้อีกเพื่อลูกสาว

เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (27 พ.ค.) นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของ “แตงโม” นักแสดงสาวชื่อดัง ที่พลัดตกเรือจมน้ำเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ , นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายของคุณแม่ , และนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ทำหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวก

 

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบการตายของ “แตงโม” จะประกอบด้วย นายอัจฉริยะ ดูแลเรื่องกฎหมาย และหลักฐานต่างๆ , นายวินัย ชุมสวัสดิ์ ทนายที่เคยทำคดีให้ “แม่ชมพู่” เป็นทนายความ , นายสุธีพงศ์ ชีวิตเจริญ ทนายที่เคยทำคดีให้นายวีรชัย พุทธวงศ์ หรือ "อาจารย์อ๊อด” เป็นทนายความ , นายบัญชา สุชญา หรือทนายอู๋ เป็นโฆษกให้คุณแม่ , และให้ น.ส.ภคอร จันทรคณา โฆษกพรรคไทยศรีวิไลย์ อดีตนางเอก และเป็นลูกสาวนางนัยนา ชีวานันท์ อดีตนักแสดงดัง จะคอยดูแลคุณแม่ ตลอดช่วง 2 ปีครึ่ง ที่มีการดำเนินคดีจนถึงชั้นศาลสูงสุด

"คุณแม่" ยอมรับเสียเวลา 3 เดือน ขอสู้อีกครั้งเพื่อ "แตงโม" โยงฆาตกรรมอำพราง

ขณะที่ “แม่แตงโม” กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ลึกๆ ในใจของคุณแม่ รู้สึกเจ็บปวดชอกช้ำ จนถึงวันนี้ ยังคิดถึงลูกทุกวัน เพราะยังลืมไม่ได้ และอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนความยุติธรรมให้กับน้องแตงโม เป็นลูกสาวที่แม่รักสุดหัวใจ

“คุณแม่ต้องการให้ลูกได้รับความเป็นธรรม ตามกระบวนการยุติธรรม ที่เป็นไปตามความจริงจนถึงที่สุด แม่มีความเข้าใจว่า น้องโมไม้ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และคิดว่าอาจเป็นเหตุฆาตกรรมอำพราง คุณแม่เสียเวลาไป 3 เดือนเต็ม ตอนนี้คุณแม่จะสู้แล้ว ลุกขึ้นมาสู้ด้วยความถูกต้อง คุณแม่จะสู้เพื่อลูก ที่ผ่านมาคุณแม่ก็สู้ แต่ไม่ได้บอกใคร แม่มีหลักฐานเยอะแยะเลย ถ้าแม่ไม่ต้องการช่วยลูก น้ำหนักคงไม่ลดไป 7 กิโลฯ เพราะว่าไม่ได้หลับได้นอน คุณแม่ตั้งใจหาความยุติธรรมให้ลูก โดนฆาตกรรมด้วยวิธีใด ใครเป็นผู้ทำ”  

 

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราไม่ได้ความจริงเลย เพราะคดีแตกแยกย่อยเป็นเรื่องอื่น ไม่เคยมีใครบอกความจริงในคดีกับคุณแม่เลย โดยการทำงานครั้งนี้จะมี พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ หรือ "หมอพรทิพย์” และ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เข้ามาเป็นที่ปรึกษา

"คุณแม่" ยอมรับเสียเวลา 3 เดือน ขอสู้อีกครั้งเพื่อ "แตงโม" โยงฆาตกรรมอำพราง

คุณแม่เคยขอเบอร์คุณอัจฉริยะ จากทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อจะขอบคุณ แต่ถูกห้าม เพราะเกรงว่าคุยแล้วจะไม่มีทางลง แต่ส่วนตัวยังรักทนายเดชาเหมือนเดิม แม้เขาจะชอบแขวะคุณแม่ และเขาคงคิดถึงคุณแม่ และจะไม่มีการเทคุณอัจฉริยะ อย่างแน่นอน แต่ที่เททนาย 2 คนก่อนหน้า ให้ดูเองว่าเขาเป็นอย่างไร”

 

ด้านนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ได้เปิดหลักฐานบางส่วนให้คุณแม่ดู คุณแม่เข้าใจเรื่องฆาตกรรมอำพรางแล้ว และเมื่ออัยการเลื่อนรับฟังคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เรือใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 ข้อที่ตนเองร้องขอต่ออัยการไป โดยหลักฐานบางส่วนไม่สามารถเปิดให้ดูได้ เพราะอาจมีผลกระทบได้ เบื้องต้นได้มีการเชิญนายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา เข้ามาเป็นที่ปรึกษา และร่างคำฟ้อง ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ 15 สาขา เข้ามาช่วย

“คดีนี้แม่เสียเวลาไปเยอะแล้ว สิ่งที่เรารอคอย คือ คุณแม่ยอมรับว่า คดีนี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ จากการไปปัสสาวะท้ายเรือ หลังจากนี้จะใช้เวลาไม่นาน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน คดีนี้เราใช้นิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ไม่ได้ใช้คนเป็นหลัก ไม่ใช่แจ้งข้อหาประมาท แต่ไม่เคยมีคำตอบให้ประชาชน ถามทุกครั้ง ก็บอกอยู่ในสำนวน

"คุณแม่" ยอมรับเสียเวลา 3 เดือน ขอสู้อีกครั้งเพื่อ "แตงโม" โยงฆาตกรรมอำพราง

โดยวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะมีการใช้โดรนดำลงใต้น้ำ เพื่อหาพยานหลักฐานตามคำบอกเล่าของพยาน ที่อ้างว่า เห็นคนบนเรือทิ้งของลงแม่น้ำ 2 จุด และในอนาคตจะมีการดำเนินคดีพวกพยานเท็จ หรือเป็นพยานปรุงแต่งรายสำคัญ ที่ตำรวจเอามาอ้างอิง ทำให้คดีเกิดความเสียหาย  

 

ส่วนกรณีส่งมือถือให้ “บังแจ็ค” คุณแม่และตนเองจะไปแถลงวันที่ 2 มิ.ย.ที่ตำรวจไซเบอร์ เพื่อตอบข้อครหาต่างๆ เพราะตอนนี้คุณแม่ยังไม่พร้อม เนื่องจากโดนโจมตีหนัก เบื้องต้นคุณแม่ต้องการให้เขากู้ข้อมูลภาพ เพราะมีภาพประมาณ 550 ภาพ ถูกลบออกไป รวมถึงคลิป 2 คลิป ซึ่งเรื่องนี้ตำรวจไม่เคยบอก มีเพียงผู้ต้องหาบางคน ระบุว่า ต้องลบภาพ เพราะภาพไม่สวย  

"คุณแม่" ยอมรับเสียเวลา 3 เดือน ขอสู้อีกครั้งเพื่อ "แตงโม" โยงฆาตกรรมอำพราง

ยอมรับว่าไม่สามารถควบคุมบังแจ็คได้ โดยผมยังไม่เชื่อว่า เขาจะกู้ภาพกลับมาได้ 4 หมื่นกว่าภาพ ตามที่บอก และการกู้ภาพดังกล่าว ไม่ได้มีแค่บังแจ็ค เพราะตำรวจก็ทำไปก่อนหน้านี้แล้ว”  

 

ส่วนเรื่องการเรียกค่าเสียหาย 30 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาทนั้น เป็นข้อเสนอที่อีกฝ่ายบอกคุณแม่ ประกอบกับการคำนวนจากการทำงานของผู้ตาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ตนเองบอกคุณแม่ว่า เป็นแค่ความฝัน เพราะเรายังไม่รู้ว่าตายเพราะอะไร เมื่อค้นหาความจริง และเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว คุณแม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายอยู่แล้ว