เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ดินแดนสเปนป่วน! ผู้อพยพบุกทะลักผ่านโมร็อกโก ประกาศภาวะฉุกเฉินขั้นสูงสุด

31 ก.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : ดินแดนสเปนป่วน! ผู้อพยพบุกทะลักผ่านโมร็อกโก ประกาศภาวะฉุกเฉินขั้นสูงสุด

ดินแดน "เซวตา" ของสเปนเผชิญวิกฤตความมั่นคงขั้นสูงสุด หลังผู้อพยพนับหมื่นชีวิตพยายามบุกทะลักข้ามพรมแดนจากโมร็อกโก จนระบบควบคุมชายแดนล่มสลาย ตำรวจรับมือไม่ไหว ต้องร้องขอกำลังทหารเข้ามาคุ้มกัน ขณะที่ชาวเมืองเจ้าของพื้นที่ต้องออกมารวมตัวขับไล่ด้วยความเดือดดาล!

นาทีคลื่นมนุษย์ทะลักชายหาดเซวตา (Ceuta) หรือ ซับตะฮ์ (Subtah) ดินแดนปกครองตนเองของสเปน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของทวีปแอฟริกา กำลังเผชิญวิกฤตความมั่นคงบริเวณชายแดนที่ติดกับประเทศโมร็อกโกในระดับรุนแรงที่สุด หลังทางการท้องถิ่นต้องร้องขอให้รัฐบาลสเปนส่งกำลังทหารเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัย เนื่องจากมีผู้อพยพหลายหมื่นคนพยายามทุกวิถีทางเพื่อลักลอบข้ามพรมแดน ทั้งการเดินอ้อมแนวเขื่อนกันคลื่นลุยน้ำทะเลและปีนรั้วกั้นชายแดน จนเกินกำลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เอาอยู่

ความชุลมุนปะทุถึงขีดสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 กรกฎาคม 2026 เมื่อฝูงชนจำนวนมหาศาลทะลักเข้าสู่พื้นที่ ภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อกระแสหลักและโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นผู้คนวิ่งขึ้นมาจากชายหาดและว่ายน้ำเข้าสู่ฝั่ง ก่อนกระจายตัวไปตามท้องถนนในเมือง โดยบางรายถึงขั้นส่งเสียงตะโกนว่า "ขอให้สเปนจงเจริญ" (Long live Spain) ขณะที่ชาวเมืองเจ้าของพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล ต้องออกมารวมตัวไล่กดดันกลุ่มผู้อพยพไปตามท้องถนน บางรายโบกธงชาติสเปนและตะโกนด่าทอ ท่ามกลางเสียงไซเรนของรถตำรวจที่ดังระงมอย่างต่อเนื่อง


🔵 [ชายแดนล่มสลาย-วิกฤตมนุษยธรรมล้น 2,400%] 


เจ้าหน้าที่ประเมินว่า มีผู้อพยพมากถึง 20,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโมร็อกโกและแอลจีเรีย อาศัยช่วงเวลาดังกล่าวว่ายน้ำอ้อมแนวรั้วกั้นชายแดนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนข้ามเข้ามายังฝั่งเซวตา ซึ่งมีประชากรท้องถิ่นอาศัยอยู่เพียงราว 84,000 คน กระทั่งระบบควบคุมพรมแดนล่มสลายลงโดยสิ้นเชิง

ฆวน เคซุส บิบาส (Juan Jesús Vivas) ผู้นำดินแดนเซวตา ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านมนุษยธรรมและสังคมขั้นสูงสุด หลังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พบร่างผู้อพยพเสียชีวิตถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งแล้วอย่างน้อย 60 ราย ขณะที่ศูนย์พักพิงเยาวชนที่เดินทางมาโดยไร้ผู้ปกครอง ต้องแบกรับผู้คนล้นขีดความสามารถปกติสูงถึง 2,400% นำไปสู่การร้องขอให้รัฐบาลกลางสเปนประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติ และส่งกำลังทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ด่วน ซึ่งนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ได้ให้คำมั่นว่าจะตอบสนองโดยทันที
 


🔵 [ส่งทหาร-ยามฝั่ง ตรึงพรมแดนขั้นสูงสุด] 


หน่วยการ์เดีย ซีบิล (Guardia Civil) ซึ่งเป็นกองกำลังพิทักษ์พลเรือนปฏิบัติหน้าที่รูปแบบทหาร ระบุว่าฝูงชนได้ทะลักข้ามแนวกันคลื่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมีอีกหลายร้อยคนพยายามใช้ห่วงยางเป่าลมว่ายน้ำอ้อมจุดตรวจ พร้อมยอมรับว่า "สถานการณ์โกลาหลวุ่นวายถึงที่สุด จนไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนได้ แต่ระบบควบคุมชายแดนได้ล่มสลายลงโดยสิ้นเชิงแล้ว"

เพื่อรับมือกับวิกฤตที่อาจกลายเป็นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สเปน รัฐบาลสเปนได้สั่งการให้ส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่ทันที พร้อมเพิ่มกำลังพลให้หน่วยการ์เดีย ซีบิล ขึ้นเกือบ 2 เท่า จากเดิมที่มีเพียง 80 นาย รวมถึงส่งทีมประดาน้ำและเรือยามฝั่งเข้าร่วมปฏิบัติการ 

นอกจากนี้ เฟอร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีมหาดไทย ได้ลงพื้นที่เซวตา เพื่อติดตามการควบคุมพรมแดนและจัดสรรความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

🔵 [ข้อกล่าวหา 'สงครามแบบผสมผสาน' และรอยร้าวทางการเมือง] 


ขณะที่ทางการโมร็อกโกระบุว่ากำลังประสานงานกับสเปนอย่างใกล้ชิดในการสกัดกั้นผู้อพยพ แต่ JUPOL สหภาพแรงงานตำรวจแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของสเปน กลับออกมาโจมตีโมร็อกโกอย่างดุเดือด โดยมองว่าโมร็อกโกกำลังใช้ยุทธศาสตร์ "สงครามแบบผสมผสาน" (Hybrid Warfare) ด้วยการปล่อยแรงกดดันด้านการย้ายถิ่นฐานมายังเซวตา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองและข่มขู่ทางการเมืองต่อสเปน

ประเด็นดังกล่าวยังกลายเป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมืองภายในสเปนอย่างรุนแรง ซานติอาโก อาบาสกัล หัวหน้าพรรค Vox ฝ่ายขวาจัด ได้โพสต์ข้อความโจมตีรัฐบาลฝ่ายสังคมนิยมอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การหนีภัยสงคราม แต่คือ "การรุกรานจากชายวัยฉกรรจ์ ที่ถูกรัฐบาลฉ้อฉลของเปโดร ซานเชซ เรียกตัวเข้ามา" ซ้ำเติมด้วยความไม่พอใจของประชาชน หลังรัฐบาลเพิ่งอนุมัติแผนมอบสถานะทางกฎหมายแก่ผู้อพยพไร้เอกสารกว่า 500,000 คนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

วิกฤตการณ์ที่เมืองเซวตาในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองทั่วไป แต่คือภาพสะท้อนของรอยร้าวทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตมนุษยธรรมระดับชาติ การที่คลื่นมนุษย์บุกทะลักจนระบบชายแดนล่มสลาย และความแออัดในศูนย์พักพิงพุ่งสูงถึง 2,400% กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของสเปนและสหภาพยุโรป ในการถ่วงดุลระหว่าง "ความมั่นคงของชาติ" กับ "จริยธรรมด้านมนุษยธรรม"

ข่าวล่าสุด