เนชั่นทีวี

ข่าว

สธ.แจงปมหมอพร้อมข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไร้ทุจริตสวมสิทธิ์

31 ก.ค. 2569 | titayu_pur

สธ.แจงปมหมอพร้อมข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไร้ทุจริตสวมสิทธิ์

สธ.แถลงแจงแอปฯ หมอพร้อมแสดงประวัติการรักษาไม่ตรงจริง ยันเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการบันทึกข้อมูล พร้อมเร่งตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนทั่วประเทศ

สธ.แถลงแจงแอปฯ หมอพร้อมแสดงประวัติการรักษาไม่ตรงจริง ยันเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการบันทึกข้อมูล พร้อมเร่งตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนทั่วประเทศ

KEY

POINTS

  • ยันไร้ทุจริต: สธ. ยืนยันข้อมูลคลาดเคลื่อนบนแอปฯ "หมอพร้อม" ทั้ง 2 กรณีเกิดจากความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่ (Human Error) ไม่พบการสวมสิทธิรักษาพยาบาล
     
  • แจงปม 2 จังหวัด: เคสร้อยเอ็ดเกิดจากชื่อ-นามสกุลคล้ายกันทำพิกัดสลับ ส่วนปทุมธานีเป็นความผิดพลาดในการคีย์ชื่อกลุ่มเป้าหมายโครงการเชิงรุก ย้ำไม่มีความเสียหายต่อคลังยาหรือการเบิกงบฯ
     
  • เร่งสังคายนาข้อมูล: ตั้งคณะทำงานตรวจสอบ 13,000 คำร้องเรียนทั่วประเทศ สั่งหน่วยงานต้นสังกัดรายงานผลและเร่งแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมยระดับความปลอดภัยระบบยืนยันตัวตน

31 กรกฎาคม 2569 กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงด่วนกรณีพบ แอปฯ หมอพร้อม แอปพลิเคชัน หมอพร้อม แสดงข้อมูลสุขภาพผิดปกติ โดยยืนยันเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนในการบันทึก ประวัติการรักษา ของเจ้าหน้าที่ ไม่พบการ สวมสิทธิ์รักษาพยาบาล หรือทุจริตงบประมาณ พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานเร่งเอ็กซเรย์ระบบ และแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องทั่วประเทศภายใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านข้อมูลส่วนบุคคล และระบบบริการสุขภาพ


กระทรวงสาธารณสุข เปิดแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี มี ดร. นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมด้วย นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์นนท์ จินดาเวช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี และ ดร. นายแพทย์พิทักษ์พงศ์ พายุหะ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมแถลงข่าว ใช้เวลาชี้แจง และตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนนานกว่า 45 นาที 



สธ.แจงปมหมอพร้อมข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไร้ทุจริตสวมสิทธิ์

นายแพทย์เอกชัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขขอขอบคุณประชาชน และสื่อมวลชนที่ช่วยสะท้อนปัญหา เนื่องจากข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ หลังได้รับข้อร้องเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและผู้บริหารกระทรวง ได้สั่งการให้ตรวจสอบทุกประเด็นอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และร่วมดำเนินการกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


การตรวจสอบครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะระบบแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เท่านั้น แต่ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ การส่งข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ ไปจนถึงการแสดงผลบนแอปพลิเคชัน เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ พร้อมยืนยันกระทรวงให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียน ตรวจสอบทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส และเร่งแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

จากนั้น ดร. นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ชี้แจงว่า แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เป็นเพียงระบบแสดงผลข้อมูลสุขภาพ ไม่ใช่ระบบที่บันทึกข้อมูลการรักษาโดยตรง ข้อมูลทั้งหมดเกิดจากการบันทึกของโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการที่ประชาชนเข้ารับบริการ ก่อนจะส่งเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง และแสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน


ดร. นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า ระบบหมอพร้อมเริ่มพัฒนาขึ้น ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อรองรับการบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีน ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนมากกว่า 140 ล้านครั้ง และต่อมาได้พัฒนาให้รองรับข้อมูลสุขภาพด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง กระทั่งปัจจุบันเป็นศูนย์รวมข้อมูลสุขภาพของประชาชน


เมื่อพบว่ามีข้อมูลของประชาชนบางรายไม่ถูกต้อง จึงเกิดคำถามว่า ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร คณะทำงานจึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำผลการตรวจสอบที่ได้ข้อสรุป แล้วมาเปิดเผยต่อสาธารณชน ขณะที่ข้อร้องเรียนอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม 



สธ.แจงปมหมอพร้อมข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไร้ทุจริตสวมสิทธิ์

 

สำหรับกรณีแรก ซึ่งเป็นกรณีของจังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลการรักษาที่ปรากฏในแอปเป็นข้อมูลการรักษาเมื่อปี 2562 สาเหตุเกิดจากในช่วงเวลาดังกล่าว หน่วยบริการยังใช้การบันทึกข้อมูลผ่านเอกสารกระดาษ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลมาคีย์เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้รับบริการอีกคนหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกัน และตัวอักษรแรกของนามสกุลตรงกัน ทำให้เจ้าหน้าที่เลือกข้อมูลผิดขณะบันทึก ส่งผลให้ประวัติการรักษาสลับกันโดยไม่ได้ตั้งใจ


นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ระบุว่า หลังทราบเรื่อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมเข้าพบเจ้าของข้อมูลเพื่อชี้แจงและขออภัย รวมถึงแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลให้ถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับระบบการยืนยันตัวตนผู้รับบริการ โดยใช้บัตรประชาชนและระบบตรวจสอบตัวบุคคลที่รัดกุมมากขึ้น ทำให้โอกาสเกิดความผิดพลาดลักษณะนี้ลดลงอย่างมาก


ส่วนกรณีที่สอง เป็นกรณีของจังหวัดปทุมธานี ซึ่งผู้ร้องเรียนพบว่า มีประวัติการเข้าร่วมโครงการคัดกรองสุขภาพ รวมทั้งมีข้อมูลการจ่ายยา ทั้งที่ไม่เคยเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาล จากการตรวจสอบพบว่า ช่วงต้นปี 2567 โรงพยาบาลมีโครงการเชิงรุกลงพื้นที่ชุมชน ได้แก่ โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และโครงการจ่ายยาเม็ดเสริมธาตุเหล็ก โดยอาศัยข้อมูลที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ รวบรวมส่งกลับมายังโรงพยาบาล


ในขั้นตอนดังกล่าวเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร ทำให้เจ้าหน้าที่บันทึกชื่อผู้ร้องเรียน เข้าสู่ระบบในฐานะกลุ่มเป้าหมายของโครงการ อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบย้อนหลัง ไม่พบการเบิกจ่ายงบประมาณจากกองทุนสุขภาพ เนื่องจากผู้ร้องเรียนมีอายุไม่เข้าเกณฑ์ของโครงการ อีกทั้งห้องยายืนยันว่า ไม่มีการจ่ายยาออกจากคลังยาแต่อย่างใด จึงไม่พบความเสียหายจากการใช้สิทธิรักษาพยาบาล หรือการเบิกงบประมาณโดยมิชอบ โรงพยาบาลได้ติดต่อผู้ร้องเรียนโดยตรง เพื่อขอแก้ไขข้อมูลในระบบให้ถูกต้อง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่พบข้อมูลผิดปกติ สามารถแจ้งหน่วยบริการเพื่อดำเนินการแก้ไขได้ทันที

 

ดร. นายแพทย์โสภณ ยืนยันว่า ตัดประเด็นเรื่องการทุจริตออกไปได้ เพราะเกิดจากความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ที่จะต้องดำเนินการแก้ไข พร้อมขอโทษผู้รับบริการที่ทำให้มีประวัติที่ไม่ถูกต้อง และจะต้องหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นซ้ำอีก โดยให้เวลาหน่วยต้นสังกัดตรวจสอบแล้วรายงานผลกลับมา ภายใน 1-2 สัปดาห์

 

ทั้งนี้มีคำร้องผู้แจ้งเข้ามา 13,000 ครั้ง ซึ่งบางคำร้องผู้ร้องได้ร้องเข้ามามากกว่าหนึ่งครั้ง จึงคิดว่าตัวเลขผู้ร้องอาจมีไม่ถึง 13,000 คน โดยจะแบ่งแยกเป็นรายพื้นที่ หน่วยให้บริการ และรายจังหวัด ซึ่งอาจเกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก คือ


1. เรื่องผิดพลาดในการทำงานของบุคคล


2. แรงกดดันอาจเกี่ยวกับตัวชี้วัด


3. การลงข้อมูลเกี่ยวกับการเบิกจ่าย


ซึ่งทั้ง 3 กรณีนี้ขอเวลาภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนขึ้น

 

-เมื่อถามว่า ในแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Health Link จะตรวจสอบร่วมกับ สปสช. หรือไม่


ดร. นายแพทย์โสภณ กล่าวว่า ในระบบประเทศไทยมีแอปพลิเคชัน ที่สามารถแสดงข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่าหนึ่งแอปพลิเคชัน ในกรณีนี้เป็นแอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' ที่ใช้วิธีการส่งต่อข้อมูลจากอีกฐานข้อมูลหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ส่วนที่กระทรวงสาธารณสุขรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นจะต้องทำงานร่วมกับคนที่ดูแลระบบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ส่วนที่มีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นจากเหตุใด


นายแพทย์วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้พัฒนาระบบแอปพลิเคชันหมอพร้อม ยืนยันว่าระบบนี้ผู้เข้ารับบริการเป็นผู้เข้าถึงข้อมูลได้แต่เพียงผู้เดียว เพราะมีการยืนยันตัวตนเข้าระบบด้วยดิจิทัลไอดี ซึ่งมีมาตรฐานการยืนยันตัวตนที่ได้มาตรฐาน พร้อมยืนยันว่า

 

ไม่มีการส่งข้อมูลสุขภาพของประชาชนให้กับหน่วยบริการ หรือบริษัทประกันแต่อย่างใด



รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า จากการตรวจสอบทั้งสองกรณี ยังไม่พบหลักฐานว่า มีการสวมสิทธิรักษาพยาบาล หรือการทุจริตในการเบิกค่ารักษา แต่เป็นความผิดพลาดในกระบวนการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการ ซึ่งกระทรวงจะใช้เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นโอกาสยกระดับมาตรฐานการบันทึกข้อมูลสุขภาพ เพิ่มความเข้มงวดในการยืนยันตัวบุคคล และตรวจสอบข้อมูลทั้งระบบ


พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” อย่างสม่ำเสมอ หากพบข้อมูลผิดปกติ สามารถแจ้งโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลได้ทันที เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพของประชาชนมีความถูกต้อง ครบถ้วน และสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณสุขของประเทศต่อไป



สธ.แจงปมหมอพร้อมข้อมูลคลาดเคลื่อน ยันไร้ทุจริตสวมสิทธิ์

ข่าวล่าสุด