ทั้ง อดีตประธานวุฒิสภา นิคม ไวยรัชพานิช และ พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก เป็นคนแปดริ้วด้วยกันทั้งคู่ และหากจะนับความเชื่อมโยง ตลอดจนสายสัมพันธ์ ต้องบอกว่าแยกไม่ขาดจาก "อดีตนายกฯ คนแดนไกล" ทั้ง "ทักษิณ" และ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
โดยเฉพาะ พลเอกนิพัทธ์ ต้องถือเป็นปลัดกลาโหมคู่ใจอดีตนายกฯ ปู และได้รับบทบาทสำคัญหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการเป็นแกนนำเปิดโต๊ะพูดคุยเจรจาดับไฟใต้กับกลุ่มบีอาร์เอ็น เมื่อปี 2556 ซึ่งเป็นการพูดคุยแบบ "เปิดเผย-บนโต๊ะ" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ปัญหาที่ปลายด้ามขวาน
ขณะที่ "นิคม" ก็ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคไทยรักษาชาติที่ใครก็ทราบว่าเป็น “พรรคแตกแบงก์พัน” จากพรรคเพื่อไทย แถมยังใช้ชื่อย่อ "ทษช." ที่สื่อถึง "ทักษิณ ชินวัตร" อีกด้วย
กล่าวกันตามประสาทางการเมือง ไม่ว่าเป็น นิคม ไวยรัชพานิช หรือ พลเอกนิพัทธ์ ล้วนมาจากสาย อดีตนายกฯ สองพี่น้องส่งเข้าประกวด ด้วยแอบหวังจะได้เห็นเครือข่ายตนเองได้มีโอกาสเข้าไปเดินแคทวอล์กอย่างองอาจในศาลาว่าการกทม.
ยิ่งการที่พรรคเพื่อไทยประสบชัยชนะได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ก. รอบนี้ถึง 20 ที่นั่ง ด้วยแล้ว สามารถสร้างอำนาจต่อรองในสภากทม. โดยเฉพาะกับการเลือกประธานส.ก. ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
นั่นหมายความถึงสองอดีตนายกฯ คนแดนไกล สามารถวางเครือข่าย ทั้งจาก ทีมผู้บริหาร รวมถึงฐานเสียงกทม.ผ่าน ส.ก. ให้เกิดความสะดวกคล่องตัวในการเตรียมสู้ศึกสนามใหญ่ด้วย
แต่ทว่า คำถามที่หลายคนให้ความสนใจในขณะนี้คือ ทั้งนิคม ไวยรัชพานิช และพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ซึ่งไปปรากฏตัวแสดงความยินดีหลังเลือกตั้ง ในวินาทีแถลงประกาศชัยชนะ จะได้รับโอกาสนั่งเก้าอี้บริหาร กทม. เป็น "ทีมหลัก" ของชัชชาติหรือไม่ หากไม่ใช่ ทีมหลัก คือ ทีมรองผู้ว่าฯ จะได้อยู่ทีมอื่นไหม และหากอยู่ทีมที่ปรึกษา จะได้รับความสำคัญมากน้อยเพียงใด เหมาะสมกับ "หัวโขน" ที่ทั้งคู่เคยใส่ ทั้งรองปลัด กทม. ประธานวุฒิสภา และปลัดกระทรวงกลาโหม หรือไม่
ข่าวแว่วว่า ตั้งแต่วันประกาศชัยชนะ ทั้งคู่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ว่าฯ มหาชน จนอาจต้องทำใจว่า "อยู่นอกแผนการทำทีม" ของชัชชาติ แม้คนที่เข้าไปช่วยหลายๆ คน จะลงแรงอย่างเต็มกำลัง และหวังว่าจะได้รับความสำคัญจากผู้ว่าฯ มหาชนบ้างก็ตาม
ข่าวว่า "เบอร์ใหญ่" บางคนลงไปร่วมประชุมกับทีมยุทธศาสตร์หาเสียงทุกสัปดาห์ และได้รับสายโทรศัพท์ทั้งปรึกษาและเชิญชวนจาก "ชัชชาติ" ด้วยตนเอง แต่หลังเลือกตั้งเป็นต้นมา โทรศัพท์ยังไม่ดัง และไม่รู้อนาคตจะมีที่นั่งใน "ทีมชัชชาติ" บ้างหรือไม่ หลังจากนี้ต้องจับตา