"ชัชชาติ"หาเสียงเขตดินแดง เชื่อจุดแข็งคือความเป็นอิสระ ทำงานได้กับทุกฝ่าย มองโค้งสุดท้ายต้องใช้เหตุผลให้มากกว่าอารมณ์ ชี้ปราศรัยใหญ่หากใส่ร้าย-ว่าคนอื่น ต้องรับผิดชอบเพราะมีกฎหมายรองรับ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

14 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ในนามอิสระ ได้ลงพื้นที่หาเสียงเขตดินแดงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยเริ่มต้นจากตลาดศรีดินแดง ต่อด้วยตลาดกลางดินแดง เพื่อพบปะผู้ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงพูดคุยกับแกนนำชุมชน และชาวแฟลตดินแดง เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ความโปร่งใสในการทำงานของข้าราชการ กทม.

 

"ชัชชาติ"ยันมีผลงานในอดีตเป็นเครื่องพิสูจน์ก่อนลงสนามชิงผู้ว่าฯ

 

โดย นายชัชชาติ กล่าวว่า ในช่วง 8 วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ก็ยังประมาทไม่ได้ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น จะเต็มที่กับการลงพื้นที่เหมือนที่เคยทำมาตลอด ยอมรับว่ามีหลายคนทักมาถามว่าทำไมไม่ส่ง ส.ก. ซึ่งส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งแยกออกจากกัน การส่ง ส.ก.ไม่ได้ยืนยันว่าจะได้เสียงส่วนใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าจุดแข็งของตน คือ ความเป็นอิสระที่สามารถประสานงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ และสิ่งที่จะทำอันดับแรกหากได้รับตำแหน่ง คือ คุยเรื่องนโยบายกับ ส.ก.แต่ละเขต

"ผมว่าความเป็นอิสระเป็นจุดแข็งอันหนึ่งนะ เพราะว่ามันทำให้เราต้องเข้ากับทุกคนได้ จริงๆแล้ว ส.ก. เราจะอาจเอาไปเปรียบเทียบกับ ส.ส. แต่ไม่ใช่ ส.ก. ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ไม่สามารถโหวตไม่ไว้วางใจผู้ว่าฯได้ ต้องทำงานร่วมกันให้ได้" นายชัชชาติ กล่าว

 

ในส่วนเรื่องผลโพลของซูเปอร์โพลที่ออกมาในวันที่ 13 พ.ค. 65  ได้มีการกล่าวถึงจุดอ่อน-จุดแข็งของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยเฉพาะจุดอ่อนของตน คือ การอยู่ขั้วตรงข้ามกับรัฐบาล และไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันนั้น ส่วนตัวเคารพในผลโพลของทุกโพล ซึ่งการทำโพลต้องมีหลักวิชาการกำกับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยประชาชนที่อ่านโพลจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเชื่อหรือไม่ 

 

ด้านจุดอ่อนเรื่องการอยู่ขั้วตรงข้ามกับรัฐบาลที่ระบุในโพล ซึ่งปัจจุบันลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ มั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ และมองว่าการเป็นอิสระนับว่าเป็นจุดแข็งมากกว่า เนื่องจากทำให้สามารถร่วมงาน ประสานงานกับ ส.ก. ได้จากทุกพรรค ทุกฝ่าย และย้ำว่า หลักการสำคัญคือต้องทำงานร่วมกัน ทั้งผู้ว่าฯ และส.ก. ต้องให้เกียรติกันเนื่องจากมีที่มาจากประชาชน เพื่อให้สามารถร่วมกันทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน 

 

ส่วนจุดอ่อนเรื่องผลงาน ส่วนตัวเห็นว่าผลงานมีอยู่มากมาย ตั้งแต่สมัยรับตำแหน่งรมว.คมนาคม ในอดีตไม่ว่าจะเป็น การผลักดันรถไฟฟ้าหลายสาย เช่น สายสีส้ม สายสีแดง การผลักดันรถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์กรุงเทพ-โคราช กรุงเทพ-สัตหีบ และอีกหลายๆ เรื่อง แต่ก็ไม่ได้อยากบอกว่าเป็นผลงานของตนผู้เดียว เนื่องจากเป็นงานที่ต่อเนื่องยาวนาน เชื่อว่าที่ผ่านมามีผลงานแน่นอน และสามารถเห็นได้ชัดเจน

 

"จริงๆ ผลงานตอนที่อยู่คมนาคมก็มีมากมาย ถ้าไม่ดู ก็ไม่เห็น แต่ถ้าดูก็จะเห็น แต่งานคมนาคมเราจะไปพูดว่าเป็นผลงานเราคนเดียวไม่ได้ เพราะมันเป็นงานที่ต่อเนื่องยาวนาน ไม่ว่าจะเป็น ถนนมอเตอร์เวย์ การเปิดสนามบินดอนเมืองอีกครั้ง การทำถนนสี่เลน รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าอีกหลายสาย ก็อยู่ในช่วงที่เราผลักดันตอนทำงานทั้งนั้น เชื่อว่าจริงๆ แล้วผลงานไม่ได้มีน้อย และเราทำงานเต็มที่" นายชัชชาติ ระบุ 

 

ส่วนจะกังวลหรือไม่ ที่หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายเริ่มมีการหาเสียงกันด้วยอารมณ์ นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนไม่ได้ตามกระแส คิดว่าต้องใช้เหตุผลให้มาก ส่วนเรื่องของอารมณ์ ก็นิ่งๆไม่เป็นไร ก็มีพวกข่าวปลอม ข่าวหลอก ไอโอ จำนวนมาก แต่เชื่อว่าประชาชนก็นิ่งพอ ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปตามนั้น ขอให้ดูที่นโยบาย แนวคิดดีกว่า

 

สำกรับการปราศัยใหญ่ของผู้สมัครหลายคนในช่วงโค้งสุดท้าย ที่ดึงคนมีชื่อเสียงมาพูดสนับสนุนทางการเมือง นายชัชชาติ ระบุว่า ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ เพราะมีข้อกฎหมายที่จำกัดในเรื่องนี้ จะไปใส่ร้ายหรือพูดว่าคนอื่น ก็มีข้อกฎหมายอยู่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่ตนมองว่าก็เป็นสิ่งที่ดี ทำให้ประชาชนตื่นตัวในการดูแลกรุงเทพมหานคร