2. คนกรุงเทพฯ ชื่นชอบ/นิยมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนใดมากที่สุด จากผลพบว่า 42.64% ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, 13.06% สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, 9.86% วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, 7.33% อัศวิน ขวัญเมือง, 6.13% สกลธี ภัททิยกุล, 4.88% ศิธา ทิวารี 1.39% รสนา โตสิตระกูล, 0.41% ผู้สมัครอื่น ๆ 0.42% ไม่เลือกใครเลย (Vote no) และ 13.70% ยังไม่ตัดสินใจ
3. คนกรุงเทพฯ จะตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม. ด้วยสาเหตุใด 20.41 % สังกัดพรรคการเมืองที่ชอบ, 19.76 % มีนโยบายดี มีวิสัยทัศน์ 12.49 % ชอบผลงานมีประสบการณ์ 10.11% ขยัน จริงใจ ตั้งใจทำงาน, 9.96% เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และ 7.86% ต้องการคนหน้าใหม่ ไม่อยากเลือกหน้าเดิม
4. คนกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งแรก (อายุ 18-27 ปี) (First time Voter) ชื่นชอบ/นิยมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนใดมากที่สุด จากผลพบว่า 47.45% ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รองลงมาคือ 14.52 % วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ 9.75% สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ตามลำดับ
5. คนกรุงเทพฯ ผู้สูงวัย (อายุ 61 ปี ขึ้นไป) ชื่นชอบ/นิยมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนใดมากที่สุด จากผลพบว่า 36.25% ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รองลงมาคือ 17.25% สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และ 9.18% อัศวิน ขวัญเมือง ตามลำดับ
จากตารางข้างล่าง พบว่า กลุ่มอายุ 61 ปี เป็นต้นไป จะเป็นกลุ่มอายุที่มีสัดส่วนประชากรถึง 23.91%
6. คนกรุงเทพฯ ต้องการให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ทำสิ่งต่อไปนี้เป็นอันดับแรกหลังการเลือกตั้ง 40.84% แก้ไขปัญหาปากท้องและค่าครองชีพคนกรุงฯ, 14.48% แก้รถติด ปัญหาจราจร, 11.24% ปรับปรุงสาธารณูปโภค ถนน/ทางเดิน เช่น ถนน ทางเดินเท้า ทางม้าลาย ป้าย สายไฟ ฯลฯ, 8.52 % แก้และป้องกันน้ำท่วม, 5.30 % แก้ปัญหาและจัดการขยะ และ 4.08% ปราบปรามทุจริตและโปร่งใส
รายละเอียดจำแนกตามตาราง
4.สาเหตุที่ไม่ไปเลือกตั้ง
จากผลโพลที่ออกมา พบข้อสังเกตและความน่าสนใจดังนี้
1."นายชัชชาติ"นำโด่ง และได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้สูงวัย
2."นายวิโรจน์" ไม่ติดโผที่กลุ่มคนสูงวัยจะเลือก เช่นเดียวกับ "พล.ต.อ.อัศวิน" ที่ไม่ติดโผคนรุ่นใหม่ ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก
3.ประเด็นที่ค้นพบจากการสำรวจที่สำคัญมาก และแตกต่างจากโพลอื่น คือ เหตุผลในการเลือกผู้สมัคร มากที่สุดคือ "สังกัดพรรคที่ชอบ"ซึ่งเหตุผลนี้ไม่ค่อยพบในโพลอื่น
ข้อมูลเชิงลึกที่ทีมสำรวจได้รับจากอาสาสมัครที่ลงพื้นที่สอบถามและเก็บข้อมูลโพลแจ้งว่า คนจำนวนมากเข้าใจว่า "นายชัชชาติ"เชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยพยายามโยงว่เป็นทีมเดียวกับ"นายชัชชาติ" แม้"นายชัชชาติ"จะแสดงความเป็นผู้สมัครอิสระก็ตาม แต่ยิ่งใกล้วันลงคะแนน ยิ่งถูกทีมผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยอ้างอิงว่าจะเข้าไปช่วยนายชัชชาติทำงาน ทำให้ดูเหมือนว่า นายชัชชาติได้คะแนนทั้งจากความเป็นตัวของ"นายชัชชาติ"เอง และฐานคะแนนจากผู้สมัคร ส.ก.พรรคเพื่อไทยด้วย
ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะถ้าคะแนนของ"นายชัชชาติ"สูงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น คะแนนทะลุล้าน โดยเอาชนะคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น อาจสะท้อนความนิยมที่มีมากขึ้นของพรรคเพื่อไทยด้วย ขณะที่ถ้าพรรคอื่นๆ ที่ส่งผู้สมัครทั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก.ได้คะแนนต่ำกว่ามาก โดยเฉพาะพลังประชารัฐ ก้าวไกล และประชาธิปัตย์ ก็จะมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในปีนี้หรือปีหน้าด้วยเช่นกัน