"พรรคประชาชาติ"ส่งเสริมวัฒนธรรมมลายู มอบรางวัลการประกวดภาพถ่ายชุดมลายูในวันฮารีรายอ ด้าน"วันนอร์"ปลื้มทุกคนแต่งชุดมลายูทุกหมู่บ้าน ขณะที่"ทวี"ต้องย้ำควรส่งเสริมภาษามลายูที่ใช้ในประชาคมอาเซียนส่วนใหญ่

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

9 พฤษภาคม 2565 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ส.ส.ปัตตานี นายซูการ์โน มะทา นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ รองโฆษกพรรค และคณะ ร่วมกิจกรรมมอบรางวัล การประกวดภาพถ่ายชุดมลายูในวันฮารีรายอ ที่จัดขึ้นโดยกลุ่ม "NEXT GEN คนรุ่นต่อไป" ซึ่งมีเยาวชนมาร่วมกิจกรรมพร้อมกับครอบครัวจำนวนมาก ณ หอประชุมมูลนิธิมะทา อ.เมือง จ.ยะลา  

 

"พรรคประชาชาติ"หนุนสืบสานวัฒนธรรมมลายูย้ำรัฐควรต้องส่งเสริม

 

ทั้งนี้ ภายในงานมีการแสดงร้องเพลงอะนาชีดโดยศิลปิน WSEAM มีการแสดง Silat Harimau และร่วมกันร้องเพลงสุขสันต์วันฮารีรายอในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น โดยผู้ร่วมงานทุกคนสวมใส่ชุดมลายู อันเป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของคนมลายูในภาคใต้ และกิจกรรมสำคัญคือการประกาศรางวัลภาพถ่ายจำนวน 10 ภาพ ซึ่งมีผู้ส่งประกวดกว่า 380 ภาพ แบ่งเป็นรางวัลประเภทครอบครัวสุขสันต์ รางวัลครอบครัวสนุกสนานเฮฮา รางวัลมลายูคลาสสิค รางวัลเยาวชนมลายู และรางวัลยอดไลค์สูงสุด โดยนายวันมูหะมัดนอร์ และพ.ต.อ.ทวี ร่วมมอบรางวัล โดยรางวัลละ 2,000 บาท 

โดย นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า การแต่งกายชุดมลายูในวันรายอนั้น ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาวมุสลิมทั่วโลก ในทุกภาค ทุกภาษา ก็แต่งกายชุดวัฒนธรรมในวันสำคัญของศาสนา ซึ่งในฐานะชาติพันธ์ุมลายูในพื้นที่นี้ การแต่งก่ายมลายูที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีตมา โดยเฉพาะในวันสำคัญ เพื่อไม่ให้การแต่งก่ายชุดมลายูที่บรรพบุรุษได้มอบให้ ไม่ให้หายไปจากโลกนี้

 

"พรรคประชาชาติ"หนุนสืบสานวัฒนธรรมมลายูย้ำรัฐควรต้องส่งเสริม

 

"ปีนี้มองแล้วปลาบปลื้มใจที่พี่น้องประชาชนแต่งกายชุดมลายูทุกหมู่บ้าน ทุกๆมัสยิดและรวมกลุ่มกัน 3-4 วัน ต้องการที่จะรักษาวัฒนธรรมของเราให้สืบไปจนถึงลูกหลานของเรา" หัวหน้าพรรค กล่าว      

 

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องขอร่วมแสดงความยินดีกับประชาชนในพื้นที่ ที่ได้ปฏิบัติกิจทางศาสนาในเดือนรอมฎอน ที่ทุกคนได้พากเพียรอดทนปฏิบัติศาสนกิจที่ยิ่งใหญ่ และบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ ในวันรายออิดิลฟิตรี ที่ทุกสมาชิกในครอบครัวกลับมาอยู่รวมกัน แสดงความรักและผูกพัน รวมถึงได้มาร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่งถือเป็นวันครอบครัวในบรรยากาศที่สุขสันต์

 

"พรรคประชาชาติ"หนุนสืบสานวัฒนธรรมมลายูย้ำรัฐควรต้องส่งเสริม

"จากคำถามว่ามีแนวทางการพัฒนาภาษามลายูอย่างไรนั้น ต้องเรียนว่า การเปลี่ยนแปลง คือ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่เกิดขึ้น ประเทศในประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ จำนวนประชากรส่วนใหญ่อยู่ในเป็นประเทศในคาบสมุทรมลายู ที่ภาษาราชการและภาษาในการทำงานเป็นภาษามลายู ประเทศไทยมีพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พี่น้องประชาชนใช้ภาษามลายูและพูดภาษามลายูเช่นเดียวกับประชาชนส่วนใหญ่ในประชาคมอาเซียน" เลขาธิการพรรค ระบุ

 

ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่รัฐจำเป็นต้องส่งเสริมก็ คือ ภาษามลายู ความจริงมีความเข้มแข็งภาษามลายูมาโดยตลอด แต่พอมาประมาณ 50 กว่าปี ที่แล้วได้หยุดยั้งและสกัดกั้นภาษามลายู ต่อมาได้ออกกฎให้ปอเนาะที่จดทะเบียนแล้วทุกแห่ง ต้องหยุดการสอนภาษามลายู และได้มีการนำภาษาไทยไปแทนที่ภาษามลายู ต่อจากนั้นรัฐบาลได้ยกเลิกการศึกษาภาษามลายูในโรงเรียนชั้นประถม และห้ามหนังสือมลายูเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย  จึงทำให้ภาษามลายูเหมือนอยู่หยุดนิ่ง

 

"พรรคประชาชาติ"หนุนสืบสานวัฒนธรรมมลายูย้ำรัฐควรต้องส่งเสริม

 

"ต้องขอบคุณ ทางผู้นำศาสนา โต๊ะครู โต๊ะอิหม่าม และอุสตาส ที่พยายามรักษาโดยเฉพาะการนำภาษามลายูไปสอนในสถาบันการศึกษาในสถาบันปอเนาะ ตาดีกา และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จนวันนี้พอเข้าสู้ประชาคมอาเซียน สิ่งที่จะไปบังคับห้ามภาษามลายูไม่ได้แล้ว เพราะประชาคมอาเซียนใช้ภาษามลายูเป็นส่วนใหญ่ ความจริงแล้วภาษาก็ดี วัฒนธรรมก็ดี และศาสนา จะต้องเป็นสมบัติร่วมกันของทุกคน จะต้องไม่มีพรมแดน และจะต้องไม่มีเจ้าของ แต่ต้องรักษา ส่งเสริม พัฒนาการและสนับสนุน อยากจะฝากพี่น้องที่เป็นมลายูแม้ภาษามลายูเป็นภาษาของท่านที่ท่านต้องภูมิใจ แต่ท่านต้องไม่หวงแหนใช้เฉพาะคนมลายูเท่านั้น แต่ถ้าคนในประเทศไทยได้ใช้ภาษามลายู พวกเราก็ควรจะดีใจและเป็นภาษาของทุกคนในประเทศไทย" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (9พ.ค.) ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน สิ่งหนึ่งที่สามารถใช้ในการสื่อสาร เข้าไปค้าขาย เข้าไปพัฒนาได้คือภาษามลายู ดังนั้น สิ่งที่ต้องการอย่างยิ่งคือในระบบการเรียนการสอนภาษาที่ประชาชนในพื้นที่มีความพร้อมอยู่แล้ว รัฐเพียงแค่ส่งเสริมสนับสนุน ไม่จำเป็นต้องมาครอบงำเป็นอุปสรรคในการพัฒนา เรื่องภาษามลายูถูกรัฐหยุดยั้งมานาน จะต้องมีการพัฒนา ศึกษา และอยากจะฝาก แม้มีความภูมิใจภาษามลายูถิ่น ตัวอักษรยาวีที่เป็นต้นกำเนิดในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตาม แต่ก็ต้องพัฒนาเป็นมลายูกลางที่ประชาคมอาเซียนใช้รวมกันคู่ขนานไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ทั้งสองสิ่ง ไปด้วยกันได้

 

"พรรคประชาชาติ"หนุนสืบสานวัฒนธรรมมลายูย้ำรัฐควรต้องส่งเสริม

 

"ผมคิดว่าวันนี้ไม่มีใคร จะห้ามภาษามลายูได้แล้ว พอนายกรัฐมนตรีมาเลเซียบอกว่า ภาษามลายูควรจะเป็นภาษาที่สองของอาเซียน ก็จำเป็นต่อไปนี้ ไม่ใช่คนมลายูอย่างเดียว คนทั้งประชาคมอาเซียนต้องมาศึกษาเรียนรู้ภาษามลายู เพราะถ้าคุณไม่มีภาษา คุณจะอ่านหนังสือไม่ได้ คุณก็ไม่สามารถจะพูดกันได้ ที่สำคัญเราต้องทำมาค้าขาย เราต้องมาอยู่ร่วมกัน อันนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจจะเป็นศักราชของการเปิดภาษาลายู แล้วก็เป็นความโชคดีของประเทศไทย ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพี่น้องมลายู และมีภาษามลายูเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าจะทำให้เป็นโอกาสและเป็นสิ่งท้าทาย ที่จะนำมาสู่ความเจริญให้ประเทศต่อไป" พ.ต.อ.ทวี ระบุ