ตร.ห้วยขวาง ยื่นศาลอาญาฝากขัง "ปริญญ์" คดีอนาจารเด็กฝึกงาน พร้อมค้านประกัน แจงพฤติกรรมอดีตรองหัวหน้าพรรคต่อศาลยิบ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ความคืบหน้ากรณีที่วันนี้ (5 พ.ค.) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทนายความ เดินทางรับทราบข้อหาตามหมายเรียก สน.ห้วยขวาง ในข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำอนาจารหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี จากคดีกระทำอนาจารนักศึกษาฝึกงาน ระหว่างขับรถไปส่งสถานีรถไฟฟ้า เหตุเกิดเมื่อปี 2562 และวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) ตำรวจ สน.ลุมพินี นัดให้นายปริญญ์ รับทราบข้อกล่าวหากระทำอนาจารเหยื่ออีกรายในเวลา 09.00 น. (อ่านข่าว)

 

ล่าสุดภายหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายปริญญ์ ผู้ต้องหาในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดย บุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ ,  พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย , พาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อการ อนาจารพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง ใช้อำนาจ ครอบงำผิดคลองธรรม อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 วรรคแรก , 319 , 283 ทวิ วรรคเเรก และมาตรา 284 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4

 

 

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
 

โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 61 น.ส.ก้อย นามสมมุติอายุ 17 ปี 2 เดือนซึ่งเรียนจบ ม.6 ระหว่างรอเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ได้พบโฆษณาการอบรมโครงการ "โตแล้ว ไปไหน" โดยบริษัทเเห่งหนึ่ง ซึ่งมีหลักสูตรในการอบรมหลายแผนกตามที่ใคร จะสนใจ น.ส.ก้อย สนใจที่จะศึกษาแนวทางการทำงานเกี่ยวกับ "หลักทรัพย์และการลงทุน" จึงขออนุญาตบิดาและผู้ปกครองสมัครเข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าว เเล้วไปทำการเช่าห้องพักคอนโดเเห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ เขตราชเทวี ซึ่งหลักสูตรนี้ยังมีคนอื่นเข้าร่วมอบรมด้วย รวมเป็น 2 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2561 ได้ ถูกส่งมาอบรมที่ บริษัทหลักทรัพย์เเห่งหนึ่ง ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ซึ่งมีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร จึงได้จัดให้มีนายปริญญ์ เป็น “พี่ต้นแบบอาชีพ”

 

ต่อมาในวันที่ 25 เม.ย. 61 นายปริญญ์ ไปเป็นพิธีกรบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนและตลาดหลักทรัพย์ จึงให้ น.ส.ก้อย และเพื่อนออกมา ฝึกงานนอกสถานที่โดยในวันดังกล่าว น.ส.ก้อย ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กระโปรงสีดำขาสั้น จนเมื่อเสร็จงานเวลา ประมาณ 15.00 น. นายปริญญ์ ได้ให้เพื่อนของ น.ส.ก้อย แยกกลับบ้านไป แล้วได้พูดชักชวนจะไปส่ง น.ส.ก้อย ที่คอนโดที่พักโดยรถยนต์ส่วนบุคคลคล้ายรถตู้สีดำ จำทะเบียนไม่ได้ แต่ น.ส.ก้อย ไม่ยินยอม

 

นายปริญญ์ จึงอาสาจะ ไปส่งที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก เนื่องจากเห็นว่าเป็น "พี่ต้นแบบอาชีพ" ที่มาฝึกอบรมอยู่และจะต้องเป็นผู้ประเมินการ ฝึกอบรม จึงยินยอมให้ไปส่ง นายปริญญ์ ได้พาไปขึ้นรถที่บริเวณหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์ โดยในรถมีพนักงานขับรถ ประจำที่นั่งคนขับไม่มีกระจกกั้นระหว่างคนขับกับห้องผู้โดยสาร ซึ่งสามารถได้ยินการพูดคุยกันได้ชัดเจนหรือหากหันกลับมาดู ก็สามารถมองเห็นได้ชัดเจน 

 

 

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
 

ระหว่างที่ น.ส.ก้อย นั่งเบาะด้านหลังคนขับ ส่วนนายปริญญ์ นั่งคู่กับ น.ส.ก้อย เมื่อรถ ขับออกมาเข้าถนนรัชดาภิเษกแล้วกลับรถขับไปตามถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าแยกอโศก นายปริญญ์ฯ ได้ชวนพูดคุยเป็น ภาษาอังกฤษ เนื่องจากเกรงว่า คนขับรถจะรู้เรื่องที่คุยกัน โดยสอบถามว่าเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน เคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟน หรือไม่ เคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟนมาแล้วกี่คน เคยมีเพศสัมพันธ์แบบชั่วคราว หรือความสัมพันธ์แบบคนเดียวหรือไม่

 

และยังพูดขอมีเพศสัมพันธ์ ออกอุบายชักชวนให้ไปทานข้าว ชวนไปดื่มแล้วจะไปเปิดห้องกันต่อ และทำการใช้มือมาจับแขนลูบแขนแล้ว จับบริเวณต้นขาลูบไล้ไปมา พร้อมทั้งโอบกอดและเอาใบหน้าเข้ามาใกล้หน้าของ น.ส.ก้อย พยายามหอมแก้มหลายครั้ง แต่ น.ส.ก้อย พยายามบ่ายเบี่ยง เอียงตัวหนีมาตลอดทาง ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาที่มีการจราจรติดขัด และเป็นถนนสาธารณะมี รถยนต์วิ่งอยู่บนถนนเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจมองเข้ามาในรถและเห็นเหตุการณ์ได้ น.ส.ก้อย ต้องอยู่ในรถดังกล่าวกับนายปริญญ์นานประมาณ 45 นาที เมื่อถึงสถานีรถไฟฟ้า BTSอโศก จึงขออนุญาตลงจากรถ 

 

หลังจากนั้น น.ส.ก้อย เกรงว่า หากไปฝึกอบรมอีก อาจจะเกิดอันตรายและจะถูกนายปริญญ์ ลวนลามหรือกระทำอนาจารทางเพศอีก เพราะเห็นว่านาย ปริญญา มีเจตนาที่จะหาโอกาสเข้ามาใกล้ชิดตัวเองเพื่อทำอนาจาร หรือหากำไร และอาจถึงขั้นข่มขืนกระทำชำเราเมื่อมีโอกาส จึงไม่กล้าจะกลับไปฝึกอบรมอีก จึงโทรศัพท์ไปแจ้งถอนการฝึกอบรมกับบริษัท

 

จนเมื่อ ประมาณวันที่ 14 - 15 เม.ย. 65 เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่ น.ส.ก้อย อยู่บ้านกับบิดา พบว่ามีการ นำเสนอข่าว ของผู้เสียหายที่ถูกนายปริญญ์ กระทำอนาจาร ทางโทรทัศน์ น.ส.ก้อย จึงเล่าให้บิดาฟัง จากการกระทำ ดังกล่าวทำให้ น.ส.ก้อย ได้รับความอับอาย และหวาดกลัวในการที่จะต้องทำงานร่วมกับเพศชาย ได้รับความเสียหายจึง มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด เหตุเกิดที่ ในรถยนต์ส่วนตัวจากบริเวณอาคารเลขที่ 93 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2561 ชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหามาโดยตลอด หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจาก จะต้องสอบพยานจำนวน 3 ปาก , รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหามาประกอบสำนวน การสอบสวนเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป ประกอบกับพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่ จึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหาครั้งเเรก มีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 5 - 16 พ.ค. 65 พร้อมคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง

 

ซึ่งภายหลังศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 2 เเสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นได้รับอนุญาตจากศาล

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมสอบปากคำนายปริญญ์ พร้อมแจ้ง 2 ข้อกล่าวหา คือ พรากผู้เยาว์เพื่อกระทำอนาจาร และ กระทำอนาจารต่อธารกำนัล โดยระบุว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาพร้อมคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลได้รับฝากขังผัดแรกเป็นจำนวน 12 วันแล้ว และขณะนี้ทนายความของนายปริญญ์ กำลังยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว คาดว่าศาลนัดฟังคำสั่งช่วงบ่ายวันนี้

 

พล.ต.ต.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในส่วนคำให้การของผู้ต้องหาวันนี้ ยังไม่ได้มีการนำหลักฐานมาให้พนักงานสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ผู้ต้องหาและทนายทราบว่า หากมีพยานบุคคล พยานเอกสาร และวัตถุพยานใด ก็สามารถให้นำมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อนำเข้าสู่สำนวนได้ เพราะเป็นสิทธิของผู้ต้องหา และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานว่าผู้ถูกกล่าวหาจะฟ้องแจ้งความกลับผู้เสียหายรายใดบ้าง ยืนยันว่า ขณะนี้ผู้เสียหายทุกราย ยังยืนยันคำให้การเดิม ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงคำให้การ รวมถึงยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอคำปรึกษาหลังจากเกิดกรณีแชทหลุด

 

 

พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.