นอกจากนี้จากการตรวจสอบขยะและถุงดำใส่ขยะพบมีการสกรีนระบุชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง ถูกทิ้งไว้ในบ่อขยะ และระหว่างที่่เจ้าหน้าที่นำโดรนขึ้นบินยังสามารถบันทึกภาพรถขยะต้องสงสัยที่ลักลอบนำขยะไปทิ้งบริเวณดังกล่าวไว้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดพื้นที่ดังกล่าว ก่อนจะสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จ.เชียงใหม่ จะแจ้งความดำเนินคดี ข้อหา แผ้วถาง บุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ใช้พื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุให้เป็นจุดทิ้งขยะ เป็นการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ประมวลกฎหมายที่ดิน นอกจากนี้การกระทำดังกล่าวยังผิดตามประกาศห้ามเผาของจังหวัดเชียงใหม่ อีกด้วย
ด้าน พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รอง ผู้บังคับการตำรวจ ปทส. กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบเผาป่าทำให้เกิดผลกระทบทั้งฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลักลอบเผาบ่อขยะ ทำให้เกิดปัญหามลพิษและส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ได้นำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาผนวกกับรถยนต์สายตรวจ ที่ติดตั้งระบบบอกพิกัด GPS ที่สามารถรับข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ จากอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน Drone แบบติดตั้งกล้องจับความร้อน หรือ thermal camera ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถของรถสายตรวจในการตรวจสอบเหตุ ค้นหาสถานที่ และบุคคลในระยะไกลเพื่อ ตรวจหาพื้นที่เกิดไฟป่า หรือ ผู้เผาไฟได้ โดยเฉพาะเมื่อกล้องจับความร้อนสามารถจับความร้อนของบุคคลที่อยู่บริเวณรอบที่เกิดการเผาไหม้ ซึ่งอาจจะมีส่วนรู้เห็นหรือในอีกทางหนึ่งยังสามารถเป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ได้
นอกจากนี้ยังสามารถดึงข้อมูลจุด Hotspot ซึ่งส่งข้อมูลผ่าน Website ขององค์การ Gitsda และ องค์การ Nasa เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลของสายตรวจสิ่งแวดล้อม เพื่อความแม่นยำและรวดเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะลงพื้นที่ตรวจจับผู้กระทำความผิดต่อไป
ข่าว/ภาพ เกรียงไกร รัตนา ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคเหนือ