ด้าน นายสุพล เครือมโนรมย์ อายุ 67 ปี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า เมื่อประมาณปี 2563 เคยเข้าไปร้องขอความช่วยเหลือจากเทศบาลตำบลป่าแดดไปแล้วหนึ่งครั้งแต่เรื่องเงียบไป แต่ไม่มีการตอบกลับมาเทศบาล ชาวบ้านได้ไปลองทำคำร้องใช้นำจากการประปาส่วนภูมิภาค ได้แต่คำตอบเดิมคือชาวบ้านต้องลงทุนเองในราคา 2 แสนบาท จึงอยากตั้งคำถามว่าทำไมระบบน้ำประปาที่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ประชาชนต้องลงทุนเอง พอลงทุนเสร็จแล้วสมบัติกลายเป็นของรัฐ ทั้งที่การประปาได้รับงบประมาณมาจากภาษีประชาชนอยู่แล้ว เรียกว่าการประปาจะไม่ยอมเสียอะไรเลยหรือ ฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฟังเสียงประชาชนตาดำๆ แล้วสั่งการ ให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องมาแก้ไขให้กับประชาชน
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้พาชาวบ้าน ไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับ นายรุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด ที่เทศบาลตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าของพื้นที่ โดยมีนายสิงห์วัน ไชยวงศ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด ให้การต้อนรับและรับเรื่องร้องเรียน พร้อมกับได้เชิญนายวิวิชชัย ศรีวิชัยศักดิ์ ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลป่าแดด และ นายอุทัย พวงขันแก้ว สมาชิกสภาเทศบาลตำบลป่าแดด เข้าร่วมรับฟังเรื่องร้องเรียน
นายสิงห์วัน ไชยวงศ์ กล่าวว่า เทศบาลไม่มีอำนาจในการวางระบบน้ำประปาให้กับชุมชนได้ เนื่องจากว่าท่อหลักเป็นของการประปาส่วนภูมิภาค ตามระเบียบแล้วทางการประปาส่วนภูมิภาคจะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด แต่อย่างไรจากที่ชาวบ้านร้องขอกับเทศบาลตำบลป่าแดด ทางเทศบาลจะประสานให้การประปาส่วนภูมิภาค เข้ามาสำรวจและประเมินราคาในการวางท่อประปา โดยเทศบาลจะนำงบประมาณดังกล่าวบรรจุเข้าแผนดำเนินงานปี 2566 เพื่อนำเงินไปให้การประปาส่วนภูมิภาคเข้ามาดำเนินการติดตั้งให้กับชุมชน พร้อมกันนี้จะมีการประสานผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เพื่อขอเปิดทำประชาคม เพื่อสำรวจหาชุมชนที่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ข่าว / ภาพ โดย เกรียงไกร รัตนา ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคเหนือ