ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มองว่า เหตุผลในการขับ ร.อ.ธรรมนัส ออกจากพรรค ถือว่าฟังไม่ขึ้น คาดว่าเป็นการเจรจาต่อรองตำแหน่งกันมากกว่า เพราะใกล้เลือกตั้งด้วย เวลาเหลือไม่มาก การอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีย่อมดีกว่า และการที่พรรคพลังประชารัฐมีมติขับออก ถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับผู้กองธรรมนัส และพรรคพวก ดังนั้นภาพรวมของผู้กองธรรมนัส “ดูเหมือนแพ้ แต่ชนะ” เพราะได้เปรียบทางการเมือง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อขับกลุ่มผู้กองธรรมนัสออกไป ทำให้เสียงสนับสนุนรัฐบาลปริ่มน้ำ กลายเป็นกลุ่มผู้กองมีอำนาจต่อรองสูงกว่า หลังจากนี้จะมีการเรียกร้อง “กล้วย” หนักขึ้น ส่งผลต่อรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และยิ่งมีพรรคเล็กไปรวมกับผู้กองธรรมนัสอีก ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น งานนี้เหมือนเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า มีอำนาจต่อรองสูงกว่าเดิม 2 เท่า เพราะปัจจุบันยุบสภาไม่ได้ ยุบไปก็สุ่มเสี่ยงพ่ายแพ้ แทบไม่มีทางได้กลับมา ฉะนั้นนายกฯต้องประคองผู้กองธรรมนัสกับก๊วนต่อไป เพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาล
ถือว่าการเดิมเกมของผู้กองธรรมนัส ซ่อนเงื่อนล้ำลึก สร้างภาพว่าตัวเองเสียเปรียบ แต่ตัวเองได้เปรียบมหาศาล สุดท้าย “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังต้องพึ่ง ไม่ว่าอยู่หรือไม่อยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ส่วน “บิ๊กตู่” อาจต้องก่ายหน้าผาก