ทันทีที่มีการประกาศเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา และเขต 1 ชุมพร คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องเจองานหนัก เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมทั้ง 2 เขต และยังเป็นการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ภาคใต้ ฐานเสียงสำคัญของตัวเองด้วย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

แต่ประชาธิปัตย์ในภาคใต้วันนี้ ต้องบอกว่าไม่เหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะ

 

1.หมดยุค "ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ"

 

2.เจนเนอเรชั่นเปลี่ยน ความผูกพัน ความภักดีต่อแบรนด์ (​loyalty) ก็เปลี่ยน

 

3.จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในระยะหลัง ถูกตั้งคำถามมาก เช่น

 

- ยึดมั่นในระบบรัฐสภาจริงหรือไม่ เพราะเคยร่วมม็อบนอกสภาขับไล่รัฐบาล

 

- ต่อต้านเผด็จการจริงหรือไม่ เพราะเข้าร่วมรัฐบาลกับคณะรัฐประหารสืบทอดอำนาจ

 

- ยังเป็นผู้นำในการต่อต้านระบอบทักษิณจริงหรือไม่ เพราะหลังๆ บทบาทของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดูโดดเด่นกว่า 

 

4.บารมีของผู้นำพรรค ส่งผลต่อแกนนำพรรคลำดับรองๆ ลงมา ทำให้เกิดความไม่สามัคคี แตกแยก และทะเลาะกันเอง

 

5.พรรคการเมืองอื่นๆ บุกสนามภาคใต้มากกว่าเก่า และสร้างฐานการเมืองจากท้องถิ่น เช่น พรรคภูมิใจไทย ในจ.พัทลุง

 

ฉะนั้นสถานการณ์ในห้วงที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์จึงตกที่นั่งลำบาก เลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 62 ได้ ส.ส.ภาคใต้มาเพียง 22 ที่นั่งจาก 50 ที่นั่ง แถมเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช เขต 3 เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ปีที่แล้ว ก็ยังเสียที่นั่งของ นายเทพไท เสนพงศ์ ไปให้ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ แห่งพรรคพลังประชารัฐด้วย

 

ล่าสุดสถานการณ์เลือกตั้งซ่อม 2 เขต โดยเฉพาะที่สงขลา เขต 6 ทึ่จะหย่อนบัตรกันในวันอาทิตย์ที่ 16 ม.ค. หลายคนกำลังกังวลว่าจะมี "เดจาวู" หรือฉายหนังซ้ำนครศรีธรรมราชเขต 3 เพราะคู่แข่งสำคัญก็เป็นคนเดิม คือ พลังประขารัฐ

 

พื้นที่เขต 6 สงขลา ประกอบด้วย อ.สะเดา อ.คลองหอยโข่ง และ อ.หาดใหญ่ เฉพาะ ต.บ้านพรุ ต.พะตง และ ต.บ้านไร่ โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 215 หน่วย แยกเป็น อ.หาดใหญ่  4 ตำบลและเทศบาล มี 61 หน่วยเลือกตั้ง อ.คลองหอยโข่ง 4 ตำบลและเทศบาล มี 37 หน่วยเลือกตั้ง และ อ.สะเดา 10 ตำบลและเทศบาล มีทั้งหมด 117 หน่วยเลือกตั้ง

 

คะแนนเลือกตั้งปี 62 ผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อ ทั้งหมด 126,062 คน ออกมาใช้สิทธิ  96,569 คน บัตรดี 88,564 ใบ บัตรเสีย 5,622 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้ใด 2,383 ใบ

 

ผู้สมัคร 5 คนจาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ หมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือ "น้ำหอม" จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว พรรคก้าวไกล หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ โบ๊ต" จากพรรคพลังประชารัฐ หมายเลข 4 นายพงศธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า หมายเลข 5 นางภัทรวดี ศรีศักดา พรรคพลังสังคม

 

 

 

สภากาแฟคาด "โบ๊ต" เบียด "น้ำหอม"

 

จากความเคลื่อนไหวของพรรคต่างๆ ที่หาเสียงมาจนถึงโค้งสุดท้าย "สภากาแฟ" ในพื้นที่วิเคราะห์กันว่า คู่ชิงในเขตนี้น่าจะเป็น "น้ำหอม" สุภาพร ภรรยา "นายกชาย" เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ กับ "โบ๊ต" อนุกุูล จากพรรคพลังประชารัฐเท่านั้น

 

โดยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในพื้นที่ อ.สะเดา น่าจะเทไปทาง "โบ๊ต" อนุกูล เนื่องจากเป็นชาวสะเดาโดยกำเนิด และยังเป็นบุตรของ นายอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และเป็นหลานอาของ นายพิทักษ์ พฤกษานุศักดิ์ ส.อบจ.เขต อ.สะเดา ด้วย

 

ที่สำคัญบิดายังเป็นหัวคะแนนสำคัญในพื้นที่ อ.สะเดา ให้กับ นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลาเขต 6 เจ้าของเก้าอี้เดิมมาก่อน และเป็น ส.ส.ผูกขาดในพื้นที่นี้อย่างยาวนาน

 

ส่วนพื้นที่ อ.คลองหอยโข่ง คะแนนเสียงส่วนใหญ่น่าจะเทไปทาง "น้ำหอม" เนื่องจากควงคู่ "นายกชาย" ลงพื้นที่มาก่อน มีทั้งผู้นำชุมชน กลุ่มเครือข่ายสตรี และกลุ่ม อสม.ในพื้นที่ที่เคยสนับสนุนช่วยเหลือกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นฐานเสียงสำคัญ

 

ส่วนพื้นที่ อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.พะตง ต.บ้านพรุ ต.บ้านไร่ ) ยังไม่ชัดเจนว่าคะแนนเสียงจะเทไปทางไหน แต่พื้นที่นี้  "ทนายอาร์ม" นายพงศธร สุวรรณรักษา พรรคกล้า ก็มีสิทธิ์ลุ้นแบ่งคะแนนมาจาก "น้ำหอม" และ "โบ๊ต" ได้  เนื่องจาก "ผู้การชาติ" พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้า ก็มีหัวคะแนนจากการเคยเป็นแม่ทัพคว้าชัยให้พลังประชารัฐในการเลือก ส.ส.เมื่อปี 62 และยังมีหัวคะแนนจากการลงเลือกตั้งชิงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็ตาม แต่ก็ถือว่าแพ้แบบไม่เสียหน้า

 

ปชป.ผวาพ่าย - "นายกชาย" สั่งปรับแผนด่วน!

 

ข่าววงในจากประชาธิปัตย์เอง ยอมรับว่าหนักใจสนามเลือกตั้งซ่อมสงขลา เขต 6 เพราะพรรคพลังประชารัฐรุกหนักมาก "เสี่ยเฮ้ง" นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ซึ่งเป็น ผอ.เลือกตั้ง ขยันมาก ลงพื้นที่ต่อเนื่อง วางกลยุทธ์มาดี ที่สำคัญยังมี "ทัพหลวง" มาเอง ทั้ง "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ลงไปช่วยขึ้นเวทีปราศรัย สร้างความคึกคัก

 

ขณะเดียวกัน พื้นที่เขต 6 สงขลา มีค่ายทหารจำนวนมาก คะแนนอาจเทไปทางพลังประชารัฐ โดยค่ายทหารในเขตนี้ มีทั้งพื้นที่ของกองทัพอากาศ ได้แก่ กองบิน 56 พื้นที่กองทัพบก มีค่ายรัตนพล กองพลพัฒนาที่ 4 กับ กองบัญชาการ กองทัพน้อยที่ 4 ที่เพิ่งตั้งใหม่ได้ไม่นาน และยังมี "ค่าย ตชด.ท่านมุก" ที่คลองแงะ อ.สะเดาด้วย 

 

ล่าสุด "นายกชาย" ขอพลิกเกม ด้วยการล็อกคิว "หัวหน้าจุรินทร์" นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค ลงไปกู้คะแนนเสียง วันนี้ (12 ม.ค.) กับวันที่ 13 ม.ค. ทั้งพบปะพี่น้องประชาชน และเปิดปราศรัย จึงต้องรอดูว่าประชาธิปัตย์จะแก้เกมทัน รักษาเก้าอี้ ส.ส.เอาไว้ได้หรือไม่