จากที่มีความพยายามบิดเมือนว่าถ้าไม่เลือกพรรคการเมือง จุดจุดจุด บิ๊กตู่ จะไม่ได้เป็นนายกฯ มีความพยายามบอกว่าถ้าเลือกประชาธิปัตย์ เขาจะเลิกคนละครึ่ง เรื่องนี้ไม่เลิกหรอกยังต้องเดินหน้าต่อไปเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาล คนที่มีส่วนยกมือให้เกิดได้ อย่างน้อยมี 2 คนอยู่บนเวที 1.นิพนธ์ บุญญามณี 2.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพราะฉะนั้นหลังเลือกตั้งซ่อม ใครจะไปเลิกคนละครึ่ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพันกับเรื่องคนละครึ่งเราจะได้เป็นอิสระ เป็นไทกับตัวเอง
ในการหาเสียงเราเห็นบรรยากาศอย่างหนึ่ง สองพรรคการเมืองที่อยู่ในขั้วรัฐบาลด้วยกัน ขย่มซึ่งกันและกัน ปรากฏการณ์ตอนนี้ชกกันเอง มาฟังทางฝั่งของพรรคพลังประชารัฐ
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพปชร. ขึ้นปราศรัยบอกว่า แม้พรรคอื่นจะเป็นอย่างไร แต่พรรคพลังประชารัฐ ชื่อบอกชัดเจนว่าประชาชนบวกรัฐบาล จึงพร้อมทำงานเพื่อบ้านเมืองเต็มที่ ใครที่ปรามาสว่า ถ้าเลือกแล้วจะมีพรรคนี้อยู่หรือไม่ บอกได้เลยฝันไปเถอะพรรคเรายังอยู่และจะยิ่งใหญ่ตลอดไป ยกตัวอย่าง เลือกตั้งซ่อมส.ส.นครศรีธรรราช เรายังชนะเลือกตั้งได้
เพราะฉะนั้นปรากฏการณ์ในการเลือกตั้งซ่อมที่ถล่มซึ่งกันและกัน จะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลหลังจากนี้ไปเป็นอย่างไร และอย่าลืมว่าประชาธิปัตย์หาเสียง 2-3 รอบ ตอกย้ำว่าด้วยเรื่องของสถาบันทางการเมือง มารยาททางการเมืองความเป็นพรรคที่มั่นคงเข้มแข็ง ให้กับการรับใช้ประชาชน ในขณะที่อีกพรรคหนึ่งเป็นพรรคเฉพาะกิจ ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจสนับสนุนลุงตู่เป็นนายกอย่างเดียว
นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคปชป. บอกว่า ไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอื่นคิดอย่างไร แต่สำหรับประชาธิปัตย์เรายึดถือมารยาททางการเมือง ที่จะไม่ส่งผู้สมัครลงแข็งในพื้นที่ๆ ของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง อย่างเช่น กรณีเขตหลักสี่ ซึ่งเราก็ไม่ส่งผู้สมัครของพรรคลงแข่งขัน