-ปัญหาการชุมนุมประท้วง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สถานการณ์ตั้งแต่ต้นปี 64 บ่งชี้ว่า การชุมนุมประท้วงหมดพลังไปแล้ว แกนนำติดคุก ไม่กล้าเคลื่อนไหว ม็อบไม่สามารถจุดติดได้ และยังไม่มีเงื่อนไขใดในขณะนี้ ที่จะเป็นชนวนให้เกิดการชุมนุมประท้วงใหญ่ได้
สำคัญการที่ฝ่ายการเมืองประเมินว่ารัฐบาลจะไปไม่รอด นายกฯจะยุบสภาเร็ว โดยเฉพาะในปี 65 น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ในฝ่ายรัฐบาลเน้นการเตรียมหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ฝ่ายค้านจะไม่สนับสนุนการเมืองนอกสภา เพราะเปลืองตัวและเป็นภาระด้านค่ายใช้จ่าย
แต่ความเคลื่อนไหวของ "คนแดนไกล" จะเข้มข้นมากขึ้น เพราะ "คนแดนไกล" ตีค่าว่า "2ป." (ป.ประยุทธ์ กับ ป.ป้อม) ไม่มีความสามารถ ขณะเดียวกัน "คนแดนไกล" น่าจะเร่งจัดระบบในพรรคเพื่อไทยให้พร้อมเลือกตั้ง โดยจะเปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ เมื่อมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงๆ เท่านั้น
-ปัญหาด้านความมั่นคง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่น่าห่วงมากนัก เพราะการโจมตีและความเคลื่อนไหวล้มสถาบันถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ พรรคการเมืองใหญ่ไม่เอาด้วย รวมทั้งเพื่อไทย
ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่น่าห่วง เพราะกำลังคนของฝ่ายก่อความไม่สงบอยู่ในช่วงตกต่ำ และเกือบทุกครั้งที่ก่อเหตุ ฝ่ายความมั่นคงรู้ตัว และสามารถดำเนินการตามมาตรการกฎหมายได้เกือบทุกครั้ง แกนนำหลักๆ ของฝ่ายเคลื่อนไหว ถูกพิสูจน์ทราบได้หมด และหลายคนถูกจับตาใกล้ชิด
-สถานการณ์ด้านต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ผงกหัวดีขึ้น จะทำให้หลายประเทศ ไม่อยากเข้าร่วมในปัญหาขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐ ฉะนั้นไทยน่าจะยังคงสามารถรักษาดุลความสัมพันธ์กับทั้งจีนและสหรัฐเอาไว้ได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงฟันธง! ปีหน้าให้ดูเรื่องการรับมือโควิดเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับโควิดได้เป็นลำดับแรก เพราะจะส่งผลต่อทั้งสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ตราบใดที่ไม่กระทบถึงไทย ก็ให้วางเฉย เดินสายกลาง ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ พาดพิงปัญหาขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ
ส่วนวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ กูรูกฎหมายของรัฐบาลไม่น่าพลาด และผลจะออกมาไม่เกินกว่าที่คาดเดา
สรุปปี 65 จะดีขึ้นกว่าปี 64 แน่นอน...ฟันธง!