"เพื่อไทย" ไร้กังวล หลังก้าวไกลส่ง “เพชร กรุณพล” ลงตัดคะแนนเลือกตั้งซ่อมหลักสี่   ประเมินพื้นที่แข่งขันดุเดือด เป็นศึกศักดิ์ศรี วัดกำลังก่อนชิงผู้ว่า กทม. 

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

25 ธันวาคม 2564 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล มีมติส่ง เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต9 หลักสี่ - จตุจักร (ยกเว้นเเขวงจตุจักร แขวงจอมพล) จะเป็นการตัดคะแนนกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่า แน่นอน เพราะเป็นการแข่งขัน ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่คงไม่มาก ถือเป็นเรื่องธรรมดา โดยเหตุผลที่บอกว่ามีน้อย  เนื่องจากว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย คือ นายสุรชาติ เทียรทอง เป็นอดีตส.ส.  ทำงานเกาะติดในพื้นที่มาตลอด และมีฐานคะแนนกระจายในทุกกลุ่ม จึงไม่น่ากังวล   อีกทั้งมองว่าจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะที่ผ่านมาการเลือกตั้งซ่อม จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์น้อย แต่หากมีการแข่งขันจากหลายพรรคการเมือง ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะให้ผู้ออกมาใช้สิทธิ์กันมากขึ้น 

 

"เพื่อไทย"ไม่ห่วง ก้าวไกลส่ง "เพชร กรุณพล"ลงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่

ส่วนกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ เสนอส่งให้ นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ เป็นว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ในนามพรรคพลังประชารัฐนั้น นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ไม่กังวล เพราะคู่แข่งก็ถือเป็นวิกฤตสำหรับเราอยู่แล้ว แต่ที่มั่นใจ เพราะว่าที่ผู้สมัครของพรรค ได้ทำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงไม่กังวลคู่แข่งเท่าไหร่ ไม่ว่าจะมาจากพรรคไหน แต่สิ่งที่น่ากังวลไปกว่า คือวิธีการจัดการเลือกตั้งของผู้มีอำนาจรัฐ  ที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง  พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าในการเลือกตั้งปี 2562 คือ คะแนนที่เกิดขึ้นมาจากการจัดตั้ง อำนาจรัฐ อำนาจเงินหรือไม่ ที่ทำให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น ซึ่งได้รับคะแนนกว่า 3 หมื่น 2 พันคะแนนแพ้การเลือกตั้ง ดังนั้นพรรคจึงต้องหาวิธีการจัดการปัญหานี้ เพื่อให้คะแนนเลือกตั้งเกิดจากการใช้สิทธิ์ ใช้เสียงที่แท้จริงของประชาชน

 

"เพื่อไทย"ไม่ห่วง ก้าวไกลส่ง "เพชร กรุณพล"ลงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่

นพ.ชลน่าน ประเมินว่า การเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ครั้งนี้ จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด เพราะขณะนี้ก็มีไม่ต่ำกว่า 5 พรรคการเมืองแล้ว ที่ประกาศจะส่งผู้สมัคร และยังมีผู้สมัครที่มีความหลากหลาย รวมทั้งยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี และการเลือกตั้งซ่อมอาจไม่ได้เน้นหนักที่นโยบาย แต่เป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก “เชื่อว่าชาวหลักสี่และจตุจักรต้องการชำระล้างศักดิ์ศรีที่สูญหายไปกลับคืนมา” และสนามเลือกตั้งซ่อมสนามนี้ ไม่ใช่การเลือกตั้งซ่อมปกติทั้วไป เพราะเกิดขึ้นใกล้กับสนามเลือกตั้งผู้ว่ากทม. รวมถึงการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นด้วย ดังนั้นทุกพรรคจึงต้องการใช้สนามเลือกตั้ง ทดสอบวัดกระแสพรรคตัวเองว่าเป็นอย่างไรในพื้นที่กทม. ทุกพรรคต้องพยายามทุ่มกำลังในการลงพื้นที่  ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะจัดทัพใหญ่ ลงพื้นที่ไปช่วยผู้สมัครของพรรคในครั้งนี้