สถานการณ์โควิดโลก และความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดระลอกใหม่ในประเทศไทย กลายเป็นแรงกดดันย้อนกลับมาที่รัฐบาล หลังจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาเตือนเป็นเสียงเดียวกันว่าไทยน่าจะรอดยากจากการระบาดที่มียุโรปเป็นศูนย์กลางในขณะนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เพิ่งมีมติผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด ที่สำคัญคือ

 

-ยกเลิกพื้นที่สีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมเข้มงวดสูงสุด

 

-ยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ

 

-ลดระดับมาตรการลง จากการลดจำนวนจังหวัดสีเข้ม และเพิ่มจำนวนจังหวัดสีอ่อน

 

-เพิ่มจังหวัดท่องเที่ยว (สีฟ้า)

 

ทั้งหมดทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าเกิดการระบาดระลอก 5

 

1.คนไทยรับได้หรือไม่?

 

2.เศรษฐกิจไทยยังรับไหวอีกไหม?

 

3.กระแสโจมตีรัฐบาลจะกลับมาอีกใช่หรือไม่? และอาจผสมโรงกับกลุ่มคนที่เดือดร้อนจากปัญหาปากท้อง

 

ที่สำคัญ เมื่อฟังคำชี้แจงของผู้นำรัฐบาลแล้ว มีความเชื่อมั่นแค่ไหนว่าไทยจะรอดได้จริงๆ

 

คำถามที่ตามมา คือ ถ้าเกิดการระบาดระลอก 5 จะเกิดอะไรขึ้น

 

-ยอดผู้ติดเชื้อจะพุ่งสูงมาก (ดูตัวอย่างยุโรป)

 

-สถานการณ์ในไทยจะหนักกว่ายุโรปหรือไม่ เพราะคนไทยยังฉีดวัคซีนน้อยกว่า และอาจจะมีวินัยน้อยกว่า

 

-ระบบสาธารณสุขไทยจะรับไหวหรือ

 

ผลสะเทือนที่สำคัญที่สุดที่จะตามมา ไม่ใช่แค่กระทบแผนเปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว แต่ยังกระทบแผนการเมืองของนายกฯ ด้วย กล่าวคือ

 

1.ที่ต้องการอยู่ยาว ลากยาว ไม่ยุบสภา เพื่อฟื้นศรัทธา ฟื้นคะแนนนิยม แต่คะแนนนิยมจะตกหนักอีกรอบหากเกิดการระบาดระลอก 5

 

2.หวังอยู่ยาวถึงปลายปี หรือครบวาระ เพื่อเสริมแกร่งให้กับพรรค ทั้งพรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้นรองรับ และพรรคพลังประชารัฐ กรณีไม่ย้ายไปอยู่พรรคใหม่ แต่ถ้าโดนระบาดระลอก 5 แผนอยู่ยาวอาจจะยากขึ้น ก็จะกระทบกับแผนเสริมแกร่งให้พรรค

3.เศรษฐกิจจะไม่ฟื้น โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยว เพราะลำพังแค่ไทยไม่มีการระบาดหนัก ก็ยังมีนักท่องเที่ยวมาน้อย จากตัวเลขในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากจีนไม่อนุญาตให้พลเมืองของตัวเองไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งจีนตลาดใหญ่สุดของไทย ขณะที่ยุโรป อเมริกา กำลังระบาดหนัก ย่อมไม่สามารถมาเที่ยวไทยได้ หรือถ้ามา ก็เอาเชื้อมาแพร่

 

4.เมื่อเศรษฐกิจไม่ฟื้น ก็จะกลายเป็นแรงเหวี่ยงทางการเมืองกลับไปที่รัฐบาล เพราะปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาค้ำคอรัฐบาลมากที่สุด เรียกว่าเป็น "วิกฤติจี้คอหอย"

 

ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลกู้เงินมาหลายรอบ และแทบจะหาเงินมาอุ้มราคาน้ำมันไม่ได้ จนต้องทะเลาะกับสิบล้อ สมาพันธ์ขนส่ง เนื่องจากไม่สามารถงดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันได้ เพราะเป็นรายได้หลักของรัฐบาล หนำซ้ำยังแทบจะหาเงินมาโปะนโยบายประกันรายได้เกษตรกรแทบไม่ได้ จนเกิดการทะเลาะกันในพรรคร่วมรัฐบาล

 

สรุปปัญหานี้เป็นวงจรส่งผลกรทบถึงกัน เริ่มจากแผนเปิดประเทศที่ไม่รัดกุมและเสี่ยงผิดพลาด => เกิดการระบาดระลอกใหม่ => ระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว =>เศรษฐกิจไทยเผาจริง => คนเดือดร้อนยิ่งออกมาไล่ผสมโรงการเมือง