คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ห่วงสถานการณ์การระบาดโควิด19 โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมเป็นจุดเสี่ยง ย้ำมีหลายปัจจัยส่อเกิดการระบาดอีกครั้ง พร้อมถอดบทเรียนสถานการณ์โควิด19 ทวีปยุโรปเริ่มกลับเริ่มมาระบาดรอบใหม่

25 พฤศจิกายน 2564 ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  ออกมาเตือนรับมือกับการเปิดประเทศในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากเป็นเดือนที่มีความเสี่ยงที่สุดเพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายวัน และเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมีการทำกิจกรรมมากมาย  อีกทั้งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ  โดยถอดบทเรียนการกลับมาระบาดอีกครั้งของทวีปยุโรปที่พบว่ากลายเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ โดยพบว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เริ่มสูงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> หมอประสิทธิ์ห่วงแรงงานลักลอบเข้าไทย ย้ำ 3 ข้อ การ์ดห้ามตกหลังเปิดประเทศ

 

รายงานข่าวระบุว่าประเทศออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุด 925 รายต่อ 1 แสนประชากร สูงสุดเป็นประวัติการณ์จนรัฐบาลต้องประกาศล็อกดาวน์  ขณะที่ประเทศอังกฤษพบเชื้อกลายพันธุ์ในตำแหน่งใหม่ที่ E484K ในสายพันธุ์เดลต้าพลัส ล่าสุด ยังไม่มีหลักฐานว่ามีผลต่อระบบภูมคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนหรือไม่ ขณะที่รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย. พบผู้ป่วยโควิดที่อยู่ในหอผู้ป่วยหนัก (ICU) ทั่วประเทศอังกฤษแทบทั้งหมดคือผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือได้วัคซีนไม่ครบ 

 

ขณะนี้องค์การอนามัยโลกกังวลอย่างยิ่งกับการแพร่ระบาดในยุโรป  ซึ่งตอนนี้หลายประเทศในยุโรปเริ่มกลับขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งมีตัวแทนองค์การอนามัยโลกพูดว่า หากไม่มีการจัดการอะไร ภายในเดือน มี.ค.นี้จะมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 แสนราย อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาหากมีการระบาดในทวีปใดทวีปหนึ่ง อีกไม่นานก็จะแพร่ไปทวีปอื่น

"หมอประสิทธิ์" เตือน เดือน ธ.ค.จุดเสี่ยงระบาดระลอกใหม่

ศ.นพ.ประสิทธิ์ อธิบายถึงสถานการณ์โควิดของโลกที่เหมือนจะลดลง  แต่เมื่อเดือน ต.ค. อุบัติการณ์การติดเชื้อต่อวันของทั้งโลกกลับขึ้นมา จากที่เคยลงมาถึง 3 แสนรายต่อวัน ตอนนี้ขึ้นเป็น 5-6 แสนรายต่อวัน  แต่ขณะเดียวกันหากดูอัตราการเสียชีวิตกลับไม่สูงตาม ทั้งหมดมาจากปัจจัยจากการฉีดวัคซีน จนถึงทุกวันนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้วเกือบ 8 พันล้านโดส ครอบคลุม 7.9 พันล้านคน และขณะนี้ก็ฉีดทุกวัน วันละ 33 ล้านโดส  โดยข้อมูลในอเมริกามีคนจำนวนหนึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน พบว่าคนที่เสียชีวิตในอเมริกาส่วนใหญ่มาจากคนไม่ฉีด หรือฉีดไม่ครบ

 

ขณะที่ประเทศไทย ถือเป็นประเทศต้นๆ ที่เริ่มให้ฉีดเข็มที่ 3 และเราทำก่อนประเทศตะวันตก เพราะเราพบว่ามีบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนครบมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราตัดสินใจฉีดเข็มที่ 3 ตั้งแต่ ก.ย. ตอนแรกประเทศยุโรปไม่เห็นด้วย แต่ตอนนี้เริ่มทำเช่นกัน โดยเขาก็ทำคล้ายไทย เริ่มจากกลุ่มเสี่ยง กลุ่มบุคลากร 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> สธ.เตรียมเปิดจุดฉีดวัคซีนให้แรงงานที่กลับ กทม.

"หมอประสิทธิ์" เตือน เดือน ธ.ค.จุดเสี่ยงระบาดระลอกใหม่

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนไปแล้ว 89 ล้านโดส ฉีดทุกวันวันละ 5 แสนกว่าโดส โดยตอนนี้ประมาณ 67% ได้เข็ม 1 และไม่ถึง 57% ได้ครบโดส และ 4.4% ได้เข็ม 3 นี่คือข้อมูลวันที่ 23 พ.ย. อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ยังได้รับวัคซีนไม่มากพอ 

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ยุโรปพบว่า แม้ฉีดวัคซีนเข็ม 1 และครบโดสเกิน 70% แล้วก็ยังติดเชื้อได้ ปัจจัยสำคัญมาจาก วัฒนธรรมความเชื่อ ความเป็นอิสระในตะวันตกจะมากกว่า และอีกจำนวนหนึ่งไม่ไว้วางใจในประสิทธิภาพวัคซีน จนถึงวันนี้ยังมีคนจำนวนไม่น้อยไม่ยอมรับวัคซีน การผ่อนคลายสภาวะที่ถูกควบคุม สันทนาการ การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มใหญ่ๆที่ขาดมาตรการป้องกัน 

 

อย่าลืมว่า โควิดอยู่มา 2 ปี เรามีความเครียดสะสม และเมื่อประเทศมีการผ่อนคลาย สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้คนอยากผ่อนคลายมากขึ้น เพราะยกเลิกใส่หน้ากาก ยิ่งทำกัน รวมไปถึงเศรษฐกิจก็เป็นอีกปัจจัย อย่างการดึงเศรษฐกิจด้วยการมีกิจกรรมต่างๆ ก็เป็นส่วนสำคัญ ประกอบกับภูมิอากาศก็เป็นสิ่งหนึ่ง ยิ่งตะวันตกเข้าสู่หน้าหนาว อุณหภูมิลดลง และนิยมอยู่ในอาคารพื้นที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ก็ยิ่งเสี่ยง หากมีคนติดโควิดขึ้นมา ดังนั้น ในเดือนธ.ค. จึงเป็นช่วงเวลาเสี่ยงของทั้งโลก

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> "หมอเฉลิมชัย" เผย ยังคุมการระบาดได้ดี แม้เปิดประเทศครบ 2 สัปดาห์

 

อีกปัจจัยคือ การกลายพันธุ์ของไวรัส โดยขณะนี้ต้องติดตามคือ เดลตาพลัส และล่าสุดมีสายพันธุ์ใหม่ B.1.1.529 แต่ไม่มีหลักฐานว่าจะก่อเรื่องอย่างไร โดยสายพันธุ์ใหม่นี้ พบ 10 คนที่มีการตรวจ แต่ที่ไม่ตรวจยังไม่รู้ โดย10 คนเจอครั้งแรก ที่บอสวานา 3 ราย มีรายงานที่แอฟริกาใต้ 6 ราย และ 1 รายที่ฮ่องกง โดยสายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ 32 จุดที่เกี่ยวข้องกับสไปร์ทโปรตีน

"หมอประสิทธิ์" เตือน เดือน ธ.ค.จุดเสี่ยงระบาดระลอกใหม่

กรณีนี้มีการติดตามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้ภูมิคุ้มกันจำไม่ได้หรือไม่ เพราะหากใช่ ก็อาจหลุดไปจากวัคซีนที่ฉีดตอนนี้ ดังนั้น จึงมีการติดตามเรื่องนี้อยู่  ที่นำมาเตือน เพราะอยากให้เห็นว่า เรายังต้องสวมหน้ากากอนามัย ต้องเข้มมาตรการ และขอย้ำว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะอย่างไรก็มีการกลายพันธุ์อยู่ดี และทั่วโลกมีการเฝ้าติดตามต่อเนื่อง  อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก ยังระบุว่า มีอัลฟา เดลตา เบตา แกมมา ก็ยังมี 4 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่เฝ้าติดตาม ยังเป็นแลมดา และ Mu 

 

นพ.ประสิทธิ์ ย้ำว่า ปัจจุบันไม่ใช่ทุกประเทศเปิดประเทศแล้วเกิดเรื่อง มีญี่ปุ่น อิสราเอล ที่ไม่เกิดเรื่อง จุดสำคัญคือ การมีวินัยและความร่วมมือกันของทุกฝ่าย อย่างญี่ปุ่นมีการฉีดวัคซีนสูงกว่า 70% อิสราเอลก็เช่นกัน แม้ติดเชื้อหลักพัน แต่เสียชีวิตต่ำมาก ดังนั้น เห็นได้ชัดว่า ทุกคนต้องร่วมมือกัน ทั้งรัฐ ประชาชน ผู้ประกอบการ ทุกคนเข้ารับการฉีดวัคซีนให้มาก ที่สำคัญคงมาตรการเข้มงวด การใส่หน้ากากอนามัยต้องถูกวิธี ยังรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล และรายงานตัวหากสงสัยติดเชื้อ 

"หมอประสิทธิ์" เตือน เดือน ธ.ค.จุดเสี่ยงระบาดระลอกใหม่

ที่สำคัญในส่วนรัฐหากมีอะไรเกิดขึ้นต้องตัดสินใจเปลี่ยนมาตรการอย่างรวดเร็ว และขอให้เลี่ยง 4 เสี่ยง คือ บุคคลเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กิจกรรมเสี่ยง ช่วงเวลาเสี่ยง ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะเดือน ธ.ค.นี้สำคัญมาก เป็นวันหยุดยาว อากาศหนาว แต่เป็นช่วงเทศกาล ทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกันทั้งหมด