เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาชิงทองห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มาถึงขอนแก่น โดยเปิดแถลงข่าวถึงการจับกุม เจ้าตัวสารภาพก่อเหตุแล้วนั่งรถบขส.กลับไปทำงานที่ปทุมธานี ก่อนถูกตามรวบตัว

จากกรณีคนร้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว ทับเสื้อแขนยาวสีดำ  นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ใช้ปืนขนาด 9 มม. บุกเดี่ยวชิงทอง ในร้านทองกีรติ ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า สาขาขอนแก่น  โดยคนร้ายได้สร้อยทองรูปพรรณจำนวน 11 เส้น น้ำหนักเส้นละ 3 บาท รวม 33 บาท  แต่ระหว่างทางได้ทำสร้อยคอทองตกหล่น  และมีคนนำมาส่งคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่  ทำให้คนร้ายได้สร้อยข้อมือทองคำไปทั้งสิ้น 8 เส้น น้ำหนักเส้นละ 3 บาท รวม 24 บาท มูลค่ากว่า 720,000 บาท หลบหนีไปอย่างลอยนวล  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ  18.30  น.วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  
    และเมื่อช่วงเช้าวันที่  25 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ได้เข้าไปควบคุมตัวคนร้ายชิงทองดังกล่าวที่จ.ปทุมธานี โดยพบว่าเป็นเยาวชนอายุเพียง  17  ปี และกำลังเรียนอยู่ที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน หรือ กศน.ในระดับชั้นม.ปลายได้ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าเป็นคนจี้ชิงทองที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่าขอนแก่นจริง เพราะติดหนี้พนันออนไลน์และต้องการเอาเงินไปใช้หนี้ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น 
    

ผบช.ภาค 4  แถลงข่าวรวบตัวผู้ต้องหาชิงทองเซ็นทรัล

       ล่าสุดเมื่อเวลา 14.19  น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหาวัย  17  ปี   นั่งเฮลิคอปเตอร์มาถึง สำนักงานตำรวจตระเวณชายแดนที่  2  ขอนแก่น ซึ่งอยู่บริเวณถนนหลังศูนย์ราชการ ก่อนจะนำตัวนั่งรถตำรวจและควบคุมตัวมายังสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน  และ ควบคุมตัวไปสอบปากคำบริเวณด้านบนสำนักงาน เบื้องต้นผู้ต้องหายังมีท่าทีปกติ โดยสวมเสื้อกันหนาวมีฮูดและสวมหมวกทับ พร้อมกับใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าอีกด้วย 

     ผบช.ภาค 4  แถลงข่าวรวบตัวผู้ต้องหาชิงทองเซ็นทรัล

จากนั้นเวลา 14.30  น. พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมคณะได้เปิดแถลงข่าวถึงกรณีการจับกุมคนร้ายชิงทองดังกล่าว โดยระบุว่า จับกุมตัวนาย เอ (นามสมมุติ) อายุ  17 ปี พร้อมของกลางประกอบด้วย   สร้อยข้อมือทองคำ น้ำหนัก 3 บาท จำนวน 4 เส้น โดยตรวจยึดได้จากตัวผู้ต้องหานอกจากนั้นยังมีสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาทจำนวน 1 เส้นตรวจยึดได้ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ในซอยวุฒาราม โดยกล่าวหาว่า ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืน โดยกระทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็น หรือจำหน้าได้ มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้าน
    จากการติดตามแกะรอยของตำรวจระบุว่า หลังเกิดเหตุชิงทอง เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูกล้องวงจรปิด จนกระทั่งไปพบว่า ผู้ต้องสงสัยมาเปิดหอพักห้องเช่ารายวันของหอพักแห่งหนึ่งแถวซอยวุฒิธาราม อ.เมือง จ.ขอนแก่น  ในวันที่ 16 พฤศจิกายน และ Check Out ออกวันที่ 21 พฤศจิกายนเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปตรวจสอบ และพบว่าเป็นผู้ต้องสงสัย และได้หลบหนีจากจังหวัดขอนแก่น ไปพักอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี โดยประกอบอาชีพ รับจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและจับกุม นายเอ  ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุ โดยใช้อาวุธปืนชิงทองที่ห้างเซ็นทรัลเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนจริง พร้อมนำตรวจยึดทองคำของกลาง โดยสาเหตุ จูงใจในการก่อเหตุ เนื่องจากติดการพนัน ต้องการนำเงินที่ได้ ไปใช้จ่าย ในการเล่นการพนัน และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

    จากการสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่า ได้ซื้ออาวุธปืนทางออนไลน์ หลังก่อเหหตุได้หลบหนี โดยนั่งรถสามล้อเครื่องออกจากหอพักรายวันไปยังบขส. 3  ก่อนเดินทางโดยรถบขส.ไปที่จังหวัดปทุมธานีและกลับไปทำงานตามปกติที่โรงงานตามปกติ และถูกจับได้ระหว่างทำงานอยู่  และนำชุดที่สวมใส่ตอนก่อเหตุไปเผาทำลายที่ปทุมธานี  ก่อนหน้านี้มาที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อ  2  ปีก่อน  และรู้ลู่ทางบริเวณห้างสรรพสินค้าดังกล่าวและรู้ว่าหากก่อเหตุบนห้างฯจะสะดวกกว่าก่อเหตุบริเวณร้านทองข้างล่างจึงได้ลงมือก่อเหตุ ก่อนลงมือได้นัดเพื่อนเพื่อพบกันที่ร้านอาหารในห้างฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผลต่อว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงมือก่อเหตุครั้งนี้หรือไม่ 

 

ผบช.ภาค 4  แถลงข่าวรวบตัวผู้ต้องหาชิงทองเซ็นทรัล

โดย -  กฤศเมธ โลโห