"บิ๊กใหม่" รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวชิงทองคำรูปพรรณภายในห้างดังเมืองขอนแก่น กำชับเก็บพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานในคดี เผยมีหลักฐานสำคัญพอที่จะทราบตัวผู้ก่อเหตุ

23 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีคนร้ายใช้อาวุธปืน บุกเดี่ยวเข้าชิงทองคำรูปพรรณของห้างทองกีรติ บนชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พลาซ่า ขอนแก่น โดยคนร้ายได้ทองคำรูปพรรณ เป็นสร้อยข้อมือไป จำนวน 8 เส้น น้ำหนักรวม 24 บาท มูลค่า 7.2 แสนบาท โดยมี พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น และตำรวจชุดสืบสวน รายงานความคืบหน้าทางคดี ซึ่งนี้เข้าสู่วันที่ 3 หลังเกิดเหตุ แต่ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้
 

“บิ๊กใหม่”ลงพื้นที่ยันรู้ตัวคนร้ายชิงทองห้างเซ็นทรัลขอนแก่นแล้ว

    พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้มีการติดตามรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิด ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญพอที่จะทราบตัวผู้ก่อเหตุ พฤติการณ์ในการก่อเหตุ แต่ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ว่าใครเป็นคนร้าย และคาดว่าคนร้ายน่าจะไม่มียานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ

     โดยวันนี้ได้ให้แนวทางในการทำคดีกับชุดทำคดี แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะจะมีผลต่อรูปคดี แต่บอกได้เพียงว่า ตำรวจในพื้นที่ได้การสืบสวนสอบสวนครบถ้วนในทุกประเด็น โดยเบาะแสหลักฐานบางอย่าง ก็เป็นเบาะแสและหลักฐานที่ได้ปรากฏในสื่อมวลชนไปแล้วบางอย่าง เช่น ภาพของคนร้ายในกล้องวงจรปิด รูปพรรณของผู้ก่อเหตุ และทรัพย์สินที่ได้ไป โดยวันนี้ได้กำชับและให้แนวทางในการตรวจสอบกล้องวงจรปิด การสอบปากคำพยาน และการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ก็มีหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีที่สามารถระบุตัวคนร้ายหรือมัดตัวคนร้ายในชั้นศาลได้

    

“บิ๊กใหม่”ลงพื้นที่ยันรู้ตัวคนร้ายชิงทองห้างเซ็นทรัลขอนแก่นแล้ว

    พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีหลักฐานบางอย่างแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าหลักฐานที่มีอยู่ต้องมีมากเท่าไหร่ แต่ได้ให้แนวทางว่าจะต้องรวบรวมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยจากการสืบสวนเบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุยังมีเพียงคนเดียวและไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี แต่หากการสืบสวนพบว่า มีใครที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก็จะมีการสืบสวนขยายผลต่อไป เพราะการก่อเหตุอาจจะมีคนก่อเหตุคนเดียว แต่การรับซื้อของโจร หรือในประเด็นอื่นๆ ก็อาจจะเป็นไปได้ โดยทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆ ทิ้งทั้งสิ้น รวมทั้งเครื่องแต่งกายที่คนร้ายสวมใส่ในวันก่อเหตุ ทางชุดสืบสวนก็ได้มีการตรวจสอบและหาแหล่งที่มาแล้ว และจากรูปพรรณสัณฐานคาดว่าผู้ก่อเหตุ ไม่น่าจะใช่ผู้หญิง อย่างไรก็ตามในการทำคดีนี้ ไม่ได้มีการกำหนดหรือจำกัดระยะเวลาในการทำคดีว่าจะต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ภายในกี่วัน เพราะต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้ก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว 

“บิ๊กใหม่”ลงพื้นที่ยันรู้ตัวคนร้ายชิงทองห้างเซ็นทรัลขอนแก่นแล้ว

โดย–กฤศเมธ โลโห