เจมี ไดมอน ซีอีโอของธนาคารเจพี มอร์แกน รีบออกมาขอโทษ หลังพูดว่า เจพี มอร์แกน จะมีอายุยาวกว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอของเจพี มอร์แกน กล่าวในงานสัมภาษณ์ซีอีโอจัดโดยมหาวิทยาลัย บอสตัน คอลเลจในสหรัฐฯเมื่อวันอังคารว่า "ผมเคยเล่นมุกเมื่อเร็วๆนี้ว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังฉลองครบรอบ 100 ปี เจพี มอร์แกนก็ด้วย ผมพนันเลยว่าเราจะมีอายุยาวกว่า" นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่า "ผมพูดอย่างนั้นในจีนไม่ได้ พวกเขาอาจฟังอยู่"

 

ล่าสุดเขาออกแถลงการณ์ขอโทษที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ระบุว่า "ผมเสียใจและไม่ควรพูดแสดงความเห็นแบบนั้น" และยืนยันว่าเขาแค่พยายามย้ำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของบริษัทเท่านั้น นอกจากนี้เขายังออกแถลงการณ์อีกครั้ง บอกว่า "ผมเสียใจกับความเห็นของตัวเองเมื่อเร็วๆนี้ เพราะไม่ใช่เรื่องถูกต้องที่จะพูดตลกหรือพูดสร้างความเสื่อมเสียแก่กลุ่มคน ประเทศ ผู้นำ หรือ ภาคส่วนใดในสังคมและวัฒนธรรม"

 

 

ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า การขอโทษอย่างรวดเร็วนี้เป็นความพยายามป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโอกาสทางธุรกิจของเจพี มอร์แกน ในจีน หลังจากเมื่อเดือน ส.ค.บริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติจากทางการจีนให้สามารถดำเนินกิจการโดยถือหุ้นได้เต็ม 100% โดยเป็นบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ต่างชาติรายแรกที่เป็นเจ้าของกิจการเต็มตัวในจีน

 

แหล่งข่าว บอกว่า ไดมอนตระหนักได้ทันทีว่าได้ทำสิ่งผิดพลาดไป หลังจากได้เห็นกระแสความไม่พอใจจากชาวจีนในโซเชียลมีเดีย จึงตัดสินใจออกมาแสดงความเสียใจ

 

หู สีจิ้น บรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ที่เป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โพสต์ในทวิตเตอร์วันนี้ว่า "คุณไม่ต้องเสียใจหรอก ซีพีซีจะมีอายุยาวนานกว่าเจพี มอร์แกน  และในฐานะสมาชิก ซีพีซี ผมไม่สนใจว่าบริษัทของคุณจะเกาะกระแสความนิยมของซีพีซี"  และก่อนหน้านั้นเขาทวีตเมื่อวันพุธว่า "คิดถึงระยะยาว ผมพนันได้ว่า ซีพีซีจะมีอายุยาวกว่ายูเอสเอ"

 

 

ปกติแล้วผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายจะระมัดระวังอย่างมากเมื่อพูดถึงจีน หลังจากมีบริษัทต่างชาติหลายรายได้รับผลกระทบตามมาจากความผิดพลาด เช่น ธนาคารยูบีเอสของสวิตเซอร์แลนด์ประสบปัญหาในปี 2562 หลังจากนักเศรษฐศาสตร์ระดับอาวุโสคนหนึ่งพูดเรื่องราคาอาหารแพงและไข้หวัดหมูในจีน และถูกตีความว่าเป็นคำพูดเหยียดเชื้อชาติ เขาถูกพักงานนานสามเดือน และบริษัทเสียสัญญาทางการเงินมูลค่ามหาศาล

 

และปีนี้บริษัท เอชแอนด์เอ็ม ของสวีเดน และบริษัท ไนกี้ ของสหรัฐฯ เจอกระแสตอบโต้จากสื่อทางการและแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซของจีน หลังแสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาบังคับใช้แรงงานในเขตปกครองตนเองซินเจียง