อธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุถึง อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ จากเดิมประมาณ 6-7ต่อแสนประชากร ตอนนี้มีแนวโน้มสูงขึ้น เกือบถึง 8 ต่อแสนประชากร ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังรักษาไว้ไม่ให้อัตราการฆ่าตัวตายแตะที่ตัวเลข 8 แสนประชากรเด็ดขาด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง >> 10 ก.ย. เป็น "วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก"
ทั้งนี้ จิตใจของมนุษย์เมื่อเกิดภาวะเครียดบางคนทนไม่ไหว ทำให้ลงมือทำร้ายตัวเอง แต่ส่วนใหญ่พบว่า มนุษย์จะมีแรงที่จะพยายามอดทนอยู่กับความทุกข์นั้นก่อน ซึ่งอัตราการฆ่าตัวตายทั่วโลกจะคล้ายๆ กันจะค่อยๆ สูงขึ้นหลังจากมีวิกฤตประมาณ 6 เดือน โดยระยะเวลา 1 ปี จะเป็นจุดสูงสุดของปัญหา หากนับจากสิงหาคมที่ผ่านมาไปถึงสิงหาคมปีหน้า ยังพอมีเวลาที่จะต้องช่วยกันดูแล ลดความเสี่ยงอันจะนำไปสู่ภาวะอัตราการฆ่าตัวตาย
โดยตอนนี้กรมสุขภาพจิต พยายามขยายสายด่วน 1323 ในการให้คำปรึกษา รวมถึงหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่จะเพิ่มช่องทาง คอยดูแลปรึกษาสภาพจิตใจประชาชน เช่น ในองค์กรมหาวิทยาลัยต่างๆ สถานศึกษา ที่พบว่าเด็กวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา มีภาวะความเครียดที่สูงขึ้นจากการเรียนใน ช่วงการแพร่ระบาดโควิด ที่พุ่งสูงเป็น 10 เท่าเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ได้แนะนำข้อคิด หากมีความคิดฆ่าตัวตาย เช่น ไม่ควรวู่วามลงมือทำอะไรทันที ให้เวลาตัวเองได้คิดและไตร่ตรอง หลีกเลี่ยงการใช้สุราและสารเสพติดเพราะจะกระตุ้นให้เกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายมากขึ้น ไม่ควรเก็บความคิดจะฆ่าตัวตายไว้คนเดียว ให้หาคนที่ไว้ใจได้เพื่อขอความช่วยเหลือหรือพูดระบายความทุกข์ใจ จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ที่สำคัญควรมีความหวังและเชื่อมั่นว่าตนเองจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้