รสรินทร์ จี้ พม.รื้องบดันเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ถ้วนหน้า
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ ยื่นกระทู้จี้ พม. ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ถ้วนหน้า แก้ปัญหาวิกฤตแก่ก่อนรวย เสนอตัดงบไม่จำเป็นอุ้มกลุ่มเปราะบาง
ข่าว
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ ยื่นกระทู้จี้ พม. ปรับเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท ถ้วนหน้า แก้ปัญหาวิกฤตแก่ก่อนรวย เสนอตัดงบไม่จำเป็นอุ้มกลุ่มเปราะบาง
KEY
POINTS
ยื่นกระทู้ดันสวัสดิการถ้วนหน้า: น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ จี้กระทรวง พม. เปลี่ยนระบบจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากขั้นบันได (600-1,000 บาท) เป็นระบบถ้วนหน้าอัตรา 3,000 บาท/เดือน ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ
แฉวิกฤต "แก่ก่อนรวย": เผยผู้สูงอายุไทยเผชิญภาวะขาดแคลนเงินออม แบกรับค่าใช้จ่ายแฝงจากโรคเรื้อรัง (NCDs) และภาระดูแลบุตรหลานกลุ่มแรงงานหาเช้ากินค่ำ จนทำให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลง
เสนอตัดงบไม่จำเป็น: เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาตัดลดงบประมาณแผ่นดินในส่วนที่ไม่จำเป็น เพื่อนำมาโปะเป็นงบสวัสดิการ พร้อมถามหามาตรการเยียวยาระยะสั้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้พิการ
16 มิถุนายน 2569 รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ยื่นกระทู้ถามทั่วไปต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาลและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอให้เร่งปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณแผ่นดิน และผลักดันนโยบาย เบี้ยผู้สูงอายุ3000บาท แบบถ้วนหน้า หวังแก้ปัญหาวิกฤต แก่ก่อนรวย ของสังคมไทยหลังพบอัตราสวัสดิการเดิม ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน พร้อมจี้ให้ฝ่ายบริหารพิจารณาตัดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็น ในหน่วยงานมาสมทบเป็นเงินช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุพิการในระยะสั้น เพื่อยกระดับสวัสดิการแห่งรัฐ และสร้างระบบความมั่นคงทางรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ประชาชนชน
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามในหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยกระทู้ถามทั่วไปของ นางสาวรสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขต 2 จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ ในฐานะกรรมาธิการการสาธารณสุข โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีคำวินิจฉัยให้เป็นกระทู้ถามทั่วไป และให้ส่งไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการตอบในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
สำหรับสาระสำคัญของกระทู้ถามดังกล่าว ซึ่งยื่นไว้เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีการระบุถึง สภาวการณ์ของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ แต่ประชาชนส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับวิกฤต "แก่ก่อนรวย" คือมีอายุยืนยาวแต่ขาดแคลนเงินออมและหลักประกันทางการเงิน
ประกอบกับอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน ที่จ่ายอยู่เพียงเดือนละ 600–1,000 บาท ไม่สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้บริโภคและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีภาระทางสังคม ที่ต้องดูแลบุตรหลานที่อยู่ในกลุ่มแรงงานหาเช้ากินค่ำ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับโรคอุบัติซ้ำและโรคเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล หรือค่าเวชภัณฑ์ที่ไม่สามารถเบิกได้ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตตกต่ำลงอย่างน่ากังวล
ทั้งนี้ นางสาวรสรินทร์ ได้ยื่นข้อซักถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ใน 2 ประเด็นหลัก
ประเด็นที่ 1 สอบถามถึงแผนงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการพิจารณาปรับเปลี่ยนการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากระบบขั้นบันได (600–1,000 บาท) ไปเป็นระบบสวัสดิการแบบถ้วนหน้าในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับเส้นความยากจนและค่าครองชีพในปัจจุบัน และในกรณีที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที กระทรวง พม. มีมาตรการเยียวยาระยะสั้นสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางรวมถึงผู้สูงอายุพิการอย่างไรบ้าง
ประเด็นที่ 2 ในกรณีที่มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณแผ่นดินไม่เพียงพอ ทางกระทรวง พม. จะมีแนวทางในการพิจารณาตัดงบประมาณส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อนำมาจัดสรรเพิ่มเป็นสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุได้หรือไม่ อย่างไร โดยขอให้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด
กระทู้ถามดังกล่าวได้รับการรับรองสำเนาถูกต้องโดย นายสมิทธิชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานกระทู้ถาม สำนักการประชุม และขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งไปยังฝ่ายบริหารเรียบร้อยแล้ว