อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควรต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับประชาชน ซึ่ง กองทุน ววน. ได้นำงานวิจัยมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดเป็น “บ้านปลามีชีวิต” นวัตกรรมชุมชนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ฟื้นระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่ได้ถึง 140% ส่งผลให้รายได้ของชาวประมงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า อีกทั้งได้มีการทำงานร่วมกับ World Bank ในการศึกษาวิจัยและติดตามสถานการณ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์หายากและเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันคาดเหลือราว 14 ตัว การเฝ้าระวัง และการสร้างความตระหนักรู้ของชุมชน จึงมีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว
อีกโจทย์สำคัญ คือ ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ น้ำท่วม และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง กองทุน ววน. จึงสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ช่วยให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบติดตามและแจ้งเตือนความเค็มและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ที่แจ้งเตือนล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และกำลังพัฒนาให้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 6 เดือน การพัฒนาข้าวนาริมเลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ครอบคลุมกว่า 200,000 ไร่
ตลอดจนชุดนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงพื้นที่ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น
ในมิติของการพัฒนาคุณภาพชีวิต “บางแก้วโมเดล” เป็นตัวอย่างผลงานของกองทุน ววน. ที่ อ. บางแก้ว จ. พัทลุง ใช้ข้อมูลชุมชนครอบคลุมกว่า 1,456 ครัวเรือน ในการชี้เป้าปัญหาความยากจนและออกแบบแนวทางสร้างอาชีพที่เหมาะสม ยกระดับสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐาน ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 20% และแรงงานยากจนกว่า 500 คนเข้าถึงความรู้และนวัตกรรม แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลและงานวิจัยช่วยแก้ปัญหาชุมชนได้อย่างตรงจุด
อีกพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง คือ “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (Science Park)” ที่เป็นสะพานเชื่อมนักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุนเข้าด้วยกัน สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างธุรกิจใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานองค์ความรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของภาคใต้ในอนาคต
ตลอดการลงพื้นที่และรับฟังผลลัพธ์จากผลงานของกองทุน ววน. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเห็นว่าภาคใต้มีศักยภาพเป็น “New Growth Engine” ของประเทศ จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่ หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัย ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างครบวงจร
รวมถึงมีเป้าหมายขับเคลื่อนนโยบาย “Southern Wellness” ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ โดยต่อยอดจุดแข็งด้านสมุนไพร อาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และทรัพยากรชีวภาพ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) ที่ภาคใต้มีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล
พร้อมเน้นย้ำให้นำ ววน. มายกระดับพืช สัตว์ และทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ให้เป็นสินค้าและบริการที่สร้างรายได้ สร้างงาน และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ ขณะเดียวกันการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะทรัพยากรธรรมชาติ คือ หัวใจสำคัญที่เป็นรากฐานของอาชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมีกองทุน ววน. เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภาคใต้สู่การเป็น New Growth Engine ของประเทศ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล” อย่างยั่งยืน