10 กันยายน 2564 จากสภาวะความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงในปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในชีวิต ส่งผลให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจที่จะ "หนี" หรือ "ทิ้ง" ปัญหาทุกอย่างด้วยการ "ฆ่าตัวตาย" ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า โดยเฉลี่ยแล้วมีคนทั่วโลกฆ่าตัวตายถึงวันละเกือบ 3,000 คน เท่ากับว่าในหนึ่งปีจะมีคนฆ่าตัวตายมากกว่า 1 ล้านคน และตัวเลขนี้ก็มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ
ศ.พญ.สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า การฆ่าตัวตายในประเทศไทยมีแนวโน้มที่สูงขึ้น โดยข้อมูลจากใบมรณบัตรพบว่า
- ปี 2560 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.03 ต่อแสนประชากร
- ปี 2561 อัตราการฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.6 ต่อแสนประชากร และเพิ่มมาเป็น 7.0 ต่อแสนประชากร โดยข้อมูล่าสุด
- ปี 2564 อัตรากาฆ่าตัวตายของไทยอยู่ที่ 8.8 ต่อแสนประชากร ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าน่ากังวลมากๆ เพราะสูงเทียบเท่าตอนวิกฤตต้มยำกุ้งเลย โดยคาดว่าแนวโน้มการฆ่าตัวตายจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจ มาตรการป้องกันโควิด คนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจฆ่าตัวตาย
พญ.สุวรรณา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการป้องกันและลดอัตราการฆ่าตัวตาย มีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติ เน้นการใช้ฐานข้อมูลที่เป็นจริง และให้ความสำคัญกับจังหวัด มีมาตรการและกำหนดแผนอย่างชัดเจน
"ประชาชนสามารถเรียนรู้ เข้าใจ เข้าถึงการดูแลป้องกันการปัญหาการฆ่าตัวตาย ในระดับบุคคลที่ประสบภาวะวิกฤต ขอให้มีพลัง ฮึดสู้ ขณะที่สังคม ชุมชน ต้องมีการสร้างความหวัง สร้างความปลอดภัย สร้างความสงบ สร้างโอกาส ทุกคนร่วมด้วยด้วยกัน ใช้ศักยภาพของชุมชนขับเคลื่อน"