ระทึก กลางทะเลอ่าวไทยเรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือต.113ทหารเรือไทย เปิดทางหนีจากการล่วงล้ำเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทย สุดท้ายไม่รอดจนท.ยึดเรือและจับกุมลูกเรือ 5 ราย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทัพเรือภาคที่ 2 ได้รับการประสานจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 ว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2564 พบกลุ่มเรือประมงต่างชาติรุกล้ำเข้ามาทำการประมงในอาณาเขตของประเทศไทย ประมาณ 40 ลำ พลเรือโท สุนทร คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้สั่งการให้เรือ ต.113 นำเรือออกลาดตระเวน ตรวจสอบกลุ่มเรือประมงต่างชาติดังกล่าว โดยในวันเดียวกันทางด้าน เรือ ต.113 ได้พบกลุ่มเรือประมงต้องสงสัยจำนวน 4 ลำ

 

ระทึกกลางอ่าวไทยเรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือต.113ทหารเรือไทย
               

จึงได้นำเรือเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นเรือประมงเวียดนาม จึงแสดงเพื่อทำการตรวจค้น และจับกุมตามขั้นตอน ในระหว่างนั้นเองมีเรือประมงเวียดนามลำหนึ่งได้ขับเรือพุ่งเข้ามาทางกราบเรือด้านขวา เรือ ต.113 และพุงเข้าชนเรือ ต.113 ได้รับความเสียหายเล็กน้อย จากนั้นเรือประมงกลุ่มดังกล่าวพยายามขับเรือหลบหนี ในระหว่างที่เรือ ต.113 ทำการตรวจสอบความเสียหาย
            

            หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้สั่งการให้จัดตั้งหมู่เรือเฉพาะกิจ ประกอบด้วย ร.ล.ตาปี ร.ล.นราธิวาส ร.ล.แกลง ร.ล.ท้ายเหมือง และเรือ ต.113 พร้อมเครื่องบินลาดตระเวณ และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษจำนวน 6 นาย ออกปฏิบัติการลาดตระเวนค้นหาจับกุม เรือประมงต่างชาติ ที่ลุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทางทะเลของไทยที่หลบหนีการจับกุมไป จนในวันที่ 16 พ.ย.2564 ร.ล.ท้ายเหมือง และ ร.ล.แกลง ได้ตรวจพบเรือประมงเวียดนามจำนวน 1 ลำ พร้อมลูกเรือสัญชาติเวียดนามจำนวน 5 คน จึงได้ทำการตรวจค้นและจับกุม 

ระทึกกลางอ่าวไทยเรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือต.113ทหารเรือไทย
              ขณะเดียวกัน ร.ล.นราธิวาส และเรือ ต.113 ก็ได้ตรวจพบเรือประมงเวียดนามจำนวน 1 ลำ แต่ไม่พบลูกเรือในเรือลำดังกล่าว แต่พบร่องรอยการชนที่บริเวรหัวเรือลำดังกล่าว จึงคาดว่าจะเป็นเรือประมงเวียดนามลำเดียวกันที่ขับพุงชนเรือ ต.113 แล้วหลบหนี ก่อนที่ลุกเรือประมงลำดังกล่าวได้ทำการหลบหนีไปกับเรือประมงเวียดนามลำอื่นไป โดยทิ้งเรือลำดังกล่าวที่ได้รับความเสียหายไว้ เจ้าหน้าที่ทหารเรือจึงได้ควบคุมตัวลูกเรือสัญชาติเวียดนาม และเรือประมงจำนวน 2 ลำ เข้ามายัง ท่าเทียบเรือ สถานนี้เรือสมุย ฐานทัพเรือภาค 2 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ระทึกกลางอ่าวไทยเรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือต.113ทหารเรือไทย
วันนี้ (17 พ.ย.64) ทัพเรือภาคที่ 2 โดย พลเรือตรี พิจิตต ศรีรุ่งเรือง รอง ผบ.ทรภ.2 พลเรือตรี สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รอง ผอ.ศรชล.ภ.2 นาวาเอก วศากร สุนทรนันท รองผอ.ศรชล. จ.สุราษฎร์ธานี เรือเอก กีรติ ภานุพิจารย์ ผบ.ร.ล.ท้ายเหมือง เรือเอก กฤศฏา ศรีปริยัติ ผบ.เรือ ต.113 ร้อยตำรวจตรี สุวัช พัวพันธ์ รองสาวัตรตำรวจน้ำสมุย แถลข่าวจับกุมเรือประมงเวียดนาม 2 ลำ พร้อมจับกุมลูก เรือประมงเวียดนาม ได้จำนวน 5 คน

พลเรือตรี พิจิตต เปิดเผยว่า จากการที่เรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือ ต.113 สร้างความเสียหายต่อเรือของกองทัพเรือถึอเป็นการกระทำที่รุนแรง ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมากองทัพเรือ ได้จับกุมอย่างละมุนละม่อมมาตลอด โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้ง แต่ต่อจากนี้ทางทัพเรือภาคที่ 2 จะต้องเพิ่มความเข็มงวดตามมาตรการในการจับกุมให้มากขึ้น และขอให้พี่น้องประชาชนร่วมถึงชาวประมงไทยให้มั่นใจว่าในพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ 2 เราจะรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้เต็มที่

    

ในการตรวจพบเรือประมงเวียดนาม ที่เข้ามาทำประมงในประเทศไทยขณะนี้พบว่าจะเป็นการจับปลิงทะเล ซึ่งจากการตรวจสอบในเรือพบปลิงทะเลจำนวนหนึ่ง โดยใช้อุปกรณ์เครื่องคราดปลิ่งทะเล ที่อยู่ใต้ท้องทะเล ซึ่งเป็นการทำลายทรัพยากรทางทะเลได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

ระทึกกลางอ่าวไทยเรือประมงเวียดนาม พุ่งชนเรือต.113ทหารเรือไทย

 

พลเรือตรี สุรศักดิ์ ประทานวรปัญญา รอง ผอ.ศรชล.ภ.2 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากกลุ่มเรือประมงของไทยว่า มีเรือประมงเวียดนามลักลอบเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ของประเทศไทยมากถึง 40 ลำ แต่เนื่องจากกลุ่มเรือประมงเวียดนามกลุ่มนี้ อาจจะมีสายข่าวที่คอยแจ้งเตือนว่าจะมีเจ้าหน้าที่ออกดำเนินการจับกุม ร่วมถึงเรือประมงเวียดนาม มีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ศักยภาพสามารถตรวจจับเรือของเจ้าหน้าที่ของไทยได้ เมื่ออยู่ในระยะใกล้ก่อนเข้าจับกุม จึงทำให้เรือประมงเวียดนาม มีเวลาในการหลบหนี 
               

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์อำนวนการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 2 ก็จะมีการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้มากขึ้น ร่วมถึงเพิ่มสายขาย ซึ่งเป็นกลุ่มชาวประมงของไทย ในการแจ้งข้อมูล เพิ่มติดตามจับกุมเรือประมงที่รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในประเทศ เพื่อปกป้องรักษาและรักษาทรัพยากรทางทะเลของประเทศให้ได้อย่างเต็มความสามารถ

ภาพ/ข่าว : สมเกียรติ รักษามั่น  จ.สุราษฎร์ธานี