คณะเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ผู้ถูกร้องดำเนินการปรับหรือย้ายรั้วให้ตรงกับแนวเขตต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เมื่อวันที่ 17 พ.ค.62 พบว่าผู้ถูกร้องเรียน ได้ดำเนินการรื้อถอนรั้วที่เกินขอบเขตที่ดินซึ่งได้แจ้งการครอบครองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นายสมเดช กล่าวว่า จากเอกสารทางราชการที่ตอบกลับมาถึงตนพบว่ามีความย้อนแย้งกัน ทำให้ดูเสมือนว่า เจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจในการช่วยเหลือผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ให้พ้นผิด และดึงเรื่องดังกล่าวไว้นานเกินควร คือ จากหนังสือตอบกลับของศูนย์ดำรงธรรม จ.แม่ฮ่องสอน ได้ระบุชื่อของตำรวจคนดังกล่าวชัดเจน ว่า ได้ทำการบุกรุกพื้นที่ป่า และทางส่วนราชการได้ดำเนินการให้ ตำรวจคนดังกล่าว รื้อถอนท่อคอนกรีต ออกไปจากจุดที่มีการบุกรุก เมื่อวันที่ 17 พ.ค.62 แล้วทำไมไม่มีการดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกซึ่งเป็นคดีอาญา
และต่อมา เมื่อวันที่ 7 ก.พ.64 เวลา 10.00 น. คณะเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย ร่วมกันออกปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยป่าไม่และสัตว์ป่า ตามที่มีผู้ร้องเรียน เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางน้ำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำป่ายบริเวณปากทางบ้านกุงไม้สัก หมู่ที่ 2 ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเปลี่ยนแปลงลำน้ำ จำนวน 1 แห่งคณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด พบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีการวางท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 120 เซนติเมตร ความยาวท่อละ 1.20 เมตร จำนวน 37 ท่อนมีการถมดินกลบเหนือท่อซีเมนต์ เพื่อเข้าใช้แปลงที่ดินคุณะตรวจสอบไม่พบผู้หนึ่งผู้ใดในพื้นที่ดังกล่าวที่จะสามารถสอบถามว่าบุคคลใดเป็นผู้เจ้าของพื้นที่หรือผู้ใดเป็นผู้กระทำ จึงได้ดำเนินการ แจ้งความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 และได้รวบรวมหลักฐาน บันทึกเรื่องราว พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน คดีอาญาที่ 94/2563 เพื่อดำเนินคดีตัวผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ต่อไป
ล่าสุดจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า ผู้กระทำผิดเป็นใคร ทั้งที่ได้มีการเรียกตัวผู้กระทำผิดมาร่วมชี้แนวเขต พร้อมเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ อีกหลายคน
ข่าว/ภาพ : ทศพล บุญพัฒน์