พ.ต.อ.เจน โสภา ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การปล่อยโคมจะมีการกวดขันจับกุมผู้ที่กระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดข้อบังคับที่ระบุไว้ตามพื้นที่ที่กำหนด ได้จัดเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบออกตรวจเฝ้าระวังการกระทำความผิดในพื้นที่จัดงานทุกอำเภอ ส่วนของผู้ที่เล่นดอกไม้เพลิง ดอกไม้ไฟ ที่ก่อให้เกิดอันตรายของผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมในงาน หรือเกิดอันตรายแก่ตัวเอง เจ้าหน้าที่จะทำการจับกุม ที่ผ่านมาปัญหาเกิดจากการทำประทัดยักษ์เอง ซึ่งเข้าข่ายการมีและครอบครองวัตถุระเบิด ซึ่งจะถูกดำเนินการคดีในข้อหาฉกรรจ์ ระวังโทษจำคุก1-20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 2,000 -40,000 บาท
ส่วนการลักลอบจำหน่ายดอกไม้ไฟ และดอกไม้เพลิง ในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็ง จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กวดขันจับกุมผู้จำหน่ายที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างเข้มงวด โดยจะเริ่มดำเนินการก่อนที่จะถึงประเพณีเดือนยี่เป็งและระหว่างที่มีกิจกรรมในสถานที่ต่างๆ
นอกจากนั้นในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากพบมีการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ3,000 บาท ขณะเดียวกันมีภาคีเครือข่ายที่จะช่วยเข้าตรวจสอบและดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท หรือเหตุทำร้ายร่างกาย
อีกทั้งการเฝ้าระวังทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงการจัดกิจกรรมงานประเพณีประชาชนส่วนใหญ่ออกไปลอยกระทงนอกบ้าน ในส่วนนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกออกตรวจบ้านเรือนประชาชนในช่วงดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยการเพิ่มจำนวนสายตรวจและความถี่ในการตรวจให้มากกว่าปกติ พร้อมกันนั้นได้มีการจัดตั้งกองอำนวยการในสถานที่ที่มีการจัดงานโดยเฉพาะในพื้นที่เขตอ.เมือง ที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เพื่อคอยอำนวยความสะดวก
ในส่วนของงานจราจร ด้มีการจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดช่วงการจัดกิจกรรม พร้อมกับติดตามการจราจรผ่านกล้อง CCTV หากพบปัญหาด้านการจราจรสามารถเข้าดำนินการแก้ไขได้ทันที พร้อมทั้งมีการตั้งจุดสกัด ตั้งจุดกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะเมาไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจากที่เสร็จสิ้นประเพณีเดือนยี่เป็งในทุกปี หลายหน่วยงานได้ร่วมกันเก็บกระทงที่ลอยมาติดอยู่ที่บริเวณฝายท่าวังตาล เพื่อทำความสะอาดแม่น้ำปิง โดยส่วนใหญ่จะเป็นกระทงที่ทำจากธรรมชาติ โดยใช้เครื่องจักรและแรงงานคน นำกระทงขึ้นจากน้ำ เพื่อนำไปฝังกลบ โดยจะเริ่มดำเนินการวันที่ 22 พ.ย. 2564 คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการ 2 วัน
โดยมีแนวทางการในการจัดเก็บ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 5 ปี ในปีนี้จะมีการปรับรูปแบบจากเดิมที่ใช้แรงงานคนเข้าไปเก็บกระทงในปีนี้ เพื่อลดปริมาณแรงงานจากคนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะนำเครื่องจักรเข้ามาทดแทน สำหรับสถิติจำนวนเศษซากกระทงที่ดำเนินการจัดเก็ยเมื่อปี 2559 มีปริมารเศาซากกระทง จำนวน 300 ตัน และจากการรณรงค์ 1 ครอบครัว 1 กระทง ทำให้ปี 2560 เหลือเศษซากกระทงที่จัดเก็บจำนวน 120 ตัน และลดลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2563 ลดลงเหลือ 23.04 ตัน ส่วนใหญ่เป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติ คาดว่าในปีนี้ปริมาณเศษซากกระทงในปีนี้จะไม่เกิน 25 ตัน