ไกล่เกลี่ยล่ม คดีครอบครัว "ทราย สมุทร" ฟ้องมารดา ปมมรดกคุณตา
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"ทราย สมุทร" ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยรอบ 2 คดีครอบครัว ในปมฟ้องมารดาเพื่อเรียกคืนมรดก สุดท้ายไกล่เกลี่ยล่ม ศาลสั่งเจรจานอกรอบ ก่อนนัดแถลงต่อศาล 8 ก.ค.นี้
ข่าว
16 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

"ทราย สมุทร" ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยรอบ 2 คดีครอบครัว ในปมฟ้องมารดาเพื่อเรียกคืนมรดก สุดท้ายไกล่เกลี่ยล่ม ศาลสั่งเจรจานอกรอบ ก่อนนัดแถลงต่อศาล 8 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
16 มิถุนายน 2569 คดีครอบครัว "ทราย สมุทร" หรือ นายสิรณัฐ สก็อต ที่ถูกมารดา นางจีรานุช ฟ้องคดีครอบครัว ซึ่งวันนี้
ศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยเป็นรอบที่ 2 ในประเด็นเกี่ยวกับมรดก แต่การเจรจากว่า 4 ชั่วโมงยังไม่เป็นผล เนื่องจากหลายประเด็นเห็นไม่ตรงกัน โดยศาลมีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปเจรจานอกรอบ ก่อนนัดรายงานความคืบหน้าวันที่ 8 ก.ค. 69 ทั้งนี้ "ทราย" ได้เปิดใจสุดช้ำไม่มีความเป็นแม่ลูกเหลืออยู่ มีเพียงแม่บุญธรรมเท่านั้น พร้อมเผยจุดเปลี่ยนหลังร่วมโต๊ะอาหารกับ ต๊อดปิติ และ หนุ่ม กรรชัย ก่อนได้รับข้อความเตือนสติจากผู้บริหารบริษัทดัง ย้ำพร้อมคุยด้วยความจริงใจ เพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ตระกูล
ภายหลังศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 กรณีที่ นางจีรานุช ฟ้อง นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ "ทราย สมุทร" เรียกคืนมรดกคุณตา ใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง
ทางด้าน “ทราย สมุทร” และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้เปิดเผยหลังการไกล่เกลี่ยว่า การเจรจาไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้ทางโจทก์และจำเลยไปเจรจากันเองนอกศาล จนกว่าจะมีข้อสรุปและมาแถลงต่อศาลในวันที่ 8 กรกฎาคม 69 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งที่ 1 หากการเจรจาไม่เสร็จสิ้นก็จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ทราย สมุทร" ในคดีครอบครัว
: "ทราย สมุทร" ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยคดีแม่ฟ้อง ทนายยันสู้ทุกสถานการณ์
ส่วนสาเหตุที่การไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นคำสั่งศาล ซึ่งการเจรจามีบางประเด็นที่เห็นตรงกัน และบางประเด็นไม่เห็นตรงกัน แต่สุดท้ายไม่สำเร็จทั้งหมด เพราะมีหลายเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน
นายปานเทพ ระบุว่า คุณทรายกับคุณแม่ไม่ได้เจอกันในห้องพิจารณา เนื่องจากแยกไกล่เกลี่ยคนละรอบ
ทรายบอกว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนความเป็นแม่ลูกวินาทีนี้ ทรายตอบว่าไม่มี “ทรายมีแม่แค่แม่บุญธรรมเท่านั้น ส่วนเขาก็เป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ”
พร้อมระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 69 ที่ผ่านมา ทรายได้ไปทานข้าวกับ นายภูริต หรือเต้ โดยมี นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือพี่หนุ่ม กรรชัย ไปร่วมด้วย เบื้องต้นได้มีการพูดคุยว่า ควรมีการประชุมในตระกูลและต้องคำนึงถึงอนาคตของตนเอง
หลังจากที่ทานข้าวและคุยกันวันนั้น ทรายได้รับข้อความจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท โดยข้อความระบุว่า “เมื่อคุยกับเต้ ก็ควรบอกเขาให้หมด และไม่ควรลงอะไรในโซเชียลอีกแล้ว” หลังรับข้อความ ทรายมองว่า “ในความเป็นจริง ถ้าคุณแก้ไขตั้งแต่แรกคงไม่ถึงจุดนี้ เพราะชีวิตทรายพังไปตั้งเยอะเพราะเรื่องนี้ ทรายมีความทุกข์กับเรื่องนี้” ซึ่งหลังจากการคุยและได้รับข้อความก็ไม่มีความชัดเจนอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่มีการนัดวัน ทรายต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ มากกว่าข้อความที่ได้มา ทรายมองว่ามันน่าผิดหวังเพราะไม่มีความชัดเจน
ส่วนการนัดวันขึ้นอยู่กับทางฝั่งนั้นว่าจะนัดมาเมื่อไหร่ เพราะเป็นความรับผิดชอบของฝั่งเขา พร้อมย้ำว่า ทรายไม่มีความประสงค์ที่จะปิดปากตัวเอง เพราะเรื่องดังกล่าวควรเป็นบทเรียนให้กับคนอื่น ไม่ใช่การสร้างภาพ เราควรแก้ไขเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ เพราะมันส่งผลต่อผม หรือเด็กที่เคยเจอเรื่องแบบนี้ และมันไม่เป็นผลดีต่อบริษัทด้วย
ทรายยังบอกอีกว่า ทรายพร้อมที่จะคุยเสมอ แต่ทรายต้องเอาทีมของทรายไปด้วย เพราะเราไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานเข้าไป แต่เราเป็นเด็กที่โตในตระกูลนี้ บาดแผลมันลึกมาก มันคือความปลอดภัยของผม
และการที่ได้พบเต้ มองว่า เป็นทางออกที่ชัดเจนขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในตระกูลว่า จะมีความยึดมั่นยืนข้างความถูกต้องหรือไม่ ญาติหลายคนฟังข้อความจากฝั่งแม่คนเดียว เพราะที่ผ่านมาทรายไม่ค่อยได้ไปงานในครอบครัว ทางครอบครัวก็บอกว่าอยากให้ทรายไปเล่าเรื่องให้ทางฝั่งตระกูลฟัง ซึ่งทรายก็หวังว่าเขาจะเปิดใจรับฟัง ทั้งที่ผ่านมาทรายเคยติดต่อไปขอความช่วยเหลือทั้งต๊อดและคนอื่น ทรายเชื่อว่าต๊อดคงไม่รู้ว่าทรายถูกล่วงละเมิด รู้แค่ว่าทรายไร้บ้าน
ทรายอยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในสังคม หรือคนในตระกูลใหญ่ที่เคยเจอเรื่องแบบทรายให้ได้รับความยุติธรรม และทรายอยากกลับไปเป็นนักอนุรักษ์ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทรายรัก และอยากจบเรื่องแบบนี้ให้เร็วที่สุดเพราะมันเป็นเรื่องน้ำเน่า
หลังจากทรายให้สัมภาษณ์ ได้ออกไปพบกับกลุ่มแฟนคลับที่มารอให้กำลังใจตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อมอบดอกไม้และของขวัญที่ระลึก พร้อมขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ